หนังสือฝึกภาษาอังกฤษ 20 เล่ม เลือกตามทักษะและเป้าหมายของเรา
รวมหนังสือฝึกภาษาอังกฤษ 20 เล่ม แบ่งตามเป้าหมายตั้งแต่ไวยากรณ์และการเขียน คำศัพท์ การสนทนา ไปจนถึงท่องเที่ยวและกลับมาเริ่มฝึกใหม่ พร้อมภาพเล่มจริงและลิงก์หน้าสินค้า GetBookie
ถ้ามีเวลาฝึกภาษาอังกฤษวันละนิดเดียว เราควรหยิบหนังสือเล่มไหนขึ้นมาก่อน?
คำตอบขึ้นอยู่กับสิ่งที่อยากทำ บางคนอยากอ่านประโยคให้เข้าใจ บางคนมีคำศัพท์อยู่ในหัวแต่ยังพูดไม่ออก ส่วนบางคนกำลังวางแผนเดินทางและอยากคุยเรื่องง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเอง หนังสือที่เหมาะจึงอาจเป็นคนละเล่ม แม้ทั้งหมดจะอยู่บนชั้นภาษาอังกฤษเหมือนกัน
ครั้งนี้ชวนดูหนังสือฝึกภาษาอังกฤษ 20 เล่ม โดยแบ่งตามทักษะและเป้าหมาย มีทั้งคู่มือไวยากรณ์ หนังสือศัพท์ แบบฝึก และหนังสือสนทนา ไม่ต้องเริ่มจากเล่มหนาที่สุด ลองเลือกสิ่งที่อยากทำให้ได้ก่อน แล้วหาหนังสือที่ช่วยให้ได้ฝึกสิ่งนั้นบ่อยขึ้น
เริ่มจากโครงสร้างประโยค: ไวยากรณ์และการเขียน
บางคนอ่านคำศัพท์ออกเกือบทุกคำ แต่ยังไม่แน่ใจว่าประโยคกำลังเล่าเรื่องวันนี้หรือเมื่อวาน หนังสือไวยากรณ์จึงมีประโยชน์ในฐานะคู่มือที่เปิดกลับมาดูได้ เลือกสักเรื่องที่ติดอยู่ก่อน แล้วลองแต่งประโยคของตัวเองตาม จะได้เห็นว่ากฎที่อ่านเปลี่ยนข้อความที่เราเขียนอย่างไร

สุดยอด Grammar เป็นทางเลือกในกลุ่มหนังสือไวยากรณ์สำหรับคนที่อยากจัดพื้นฐานให้เป็นหมวดหมู่ ลองเปิดดูหัวข้อที่เคยเรียนแต่ยังใช้สับสน แล้วเลือกทบทวนทีละเรื่อง แทนการตั้งใจจำทุกอย่างในคราวเดียว

สำหรับคนที่เห็นคำว่า Grammar แล้วรู้สึกเหมือนกลับไปนั่งในห้องสอบ เล่มของพจนีย์ เมืองศิลปศาสตร์ชวนเข้าหาไวยากรณ์ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองกว่าเดิม ทั้งชื่อและภาพปกใช้โทนสนุก ลองหยิบมาเป็นจุดเริ่มต้น แล้วให้ความเข้าใจทีละประโยคเป็นเป้าหมายของการอ่าน

Grammar The Series ระบุบนปกว่าเป็นหนังสือไวยากรณ์ภาษาอังกฤษครบทุกเรื่อง จึงน่าสนใจสำหรับคนที่อยากมีเล่มอ้างอิงไว้บนโต๊ะ เวลาเจอประโยคที่ไม่มั่นใจ ลองจดคำถามไว้แล้วค่อยเปิดหาหัวข้อที่เกี่ยวข้อง วิธีนี้ทำให้การทบทวนผูกกับปัญหาที่เราเจอจริง

เล่มที่เห็นในภาพสินค้าคือ Grammar Sense 3: Workbook จึงควรมองเป็นทางเลือกสำหรับลงมือทำแบบฝึก มากกว่าคาดหวังว่าเป็นหนังสือเรียนหลักทั้งชุด เลข 3 เป็นชื่อระดับของชุด ไม่ใช่จำนวนวันที่ต้องเรียน ลองดูภาพภายในและระดับภาษาให้เหมาะกับพื้นฐานของตัวเองก่อนเลือก

Grammar and Writing เชื่อมสองเรื่องที่มักถูกแยกอ่าน คือไวยากรณ์กับการเขียน ปกระบุว่าเป็นหนังสืออ้างอิงและฝึกสำหรับผู้เรียนระดับกลาง จึงเหมาะเป็นทางเลือกเมื่ออยากขยับจากการรู้กฎไปสู่การเรียบเรียงข้อความ ลองเขียนย่อหน้าสั้นเกี่ยวกับวันของตัวเอง แล้วกลับมาเช็กโครงสร้างที่ยังไม่มั่นใจ

TOEFL Grammar Tests เป็นหนังสือแนวแบบทดสอบไวยากรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ TOEFL เหมาะหยิบมาฝึกตรวจจุดผิดและสำรวจพื้นฐานของตัวเอง สำหรับผู้เตรียมสอบ ควรใช้ควบคู่กับข้อมูลรูปแบบข้อสอบจากผู้จัดสอบในช่วงที่จะสมัคร เพราะหนังสือมือสองอาจเป็นฉบับเก่าและไม่ครอบคลุมข้อสอบปัจจุบันทั้งหมด
เพิ่มคำศัพท์: จำแล้วต้องมีโอกาสใช้
คำศัพท์ที่จำได้ตอนอ่านอาจยังนึกไม่ออกตอนพูด ลองเลือกคำที่ใกล้ชีวิตเรา เช่น งาน อาหาร หรือการเดินทาง แล้วจดเป็นวลีพร้อมประโยคสั้น ๆ การมีหนังสือศัพท์อยู่ข้างตัวช่วยให้หยิบคำมาใช้ซ้ำได้ แต่สิ่งที่ควรเพิ่มในสมุดคือข้อความที่เราอยากพูดด้วยคำนั้นจริง ๆ

ศัพท์อังกฤษ ง่ายนิดเดียว ของวิศิษฐ์ เกษมพิณพร ใช้ชื่อภาษาอังกฤษบนปกว่า Vocabulary Made Easy เป็นอีกเล่มในกลุ่มเพิ่มคลังคำที่น่าลองเปิดดู เลือกคำเพียงชุดเล็ก ๆ ต่อครั้ง แล้วกลับมาทบทวนพร้อมประโยคที่เราแต่งเอง จะเห็นชัดกว่าการนับว่าจำผ่านตาไปแล้วกี่หน้า
ศัพท์อังกฤษ จำให้ได้ ใช้ให้เป็น - Chang, Gye-Sung

ศัพท์อังกฤษ จำให้ได้ ใช้ให้เป็น ของ Chang, Gye-Sung มีภาพประกอบสีสันบนปกและชื่อที่ชวนมองคำศัพท์ไปถึงการใช้งาน เหมาะเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่อยากลองหนังสือศัพท์ในบรรยากาศต่างจากรายการคำยาว ๆ หลังอ่าน ลองเลือกคำหนึ่งคำมาเล่าเรื่องของตัวเองสั้น ๆ เพื่อให้มีเหตุผลที่จะเรียกคำนั้นกลับมาใช้
500 ศัพท์อังกฤษ เก่งคิด เก่งจำ - Lee Dong-Gu

500 ศัพท์อังกฤษ เก่งคิด เก่งจำ ของ Lee Dong-Gu เป็นทางเลือกที่มีภาพการ์ตูนบนปก สำหรับคนที่อยากลองสื่อเรียนศัพท์ซึ่งดูเข้าถึงง่าย จำนวน 500 ในชื่อบอกขอบเขตของเล่ม แต่เราเลือกแบ่งอ่านตามจังหวะของตัวเองได้ เช่น เก็บเฉพาะคำที่เกี่ยวกับกิจกรรมในวันนี้ก่อน
กริยา 3 ช่อง และ ศัพท์อังกฤษ ม.ต้น

กริยา 3 ช่อง และ ศัพท์อังกฤษ ม.ต้น เหมาะเป็นทางเลือกสำหรับนักเรียนมัธยมต้น หรือคนที่อยากกลับมาทบทวนรูปคำกริยา ลองเขียนเรื่องเดียวกันในสองเวลา เช่น สิ่งที่ทำวันนี้กับสิ่งที่ทำเมื่อวาน แล้วสังเกตว่ารูปคำเปลี่ยนตรงไหน การเปรียบเทียบจากเรื่องใกล้ตัวช่วยให้การท่องมีบริบท
อยากพูดให้คล่องขึ้น: เปิดหนังสือแล้วลองออกเสียง
หนังสือสนทนามีหน้าที่ต่างจากหนังสือไวยากรณ์เล็กน้อย เพราะประโยคบนกระดาษควรได้ออกมาเป็นเสียงด้วย ลองนึกถึงสถานการณ์ง่าย ๆ ที่มีคนถามว่า “ช่วงนี้ทำอะไรอยู่” เราอาจเริ่มจากคำตอบสั้นมาก แล้วค่อยเพิ่มรายละเอียด ไม่ต้องรอให้เตรียมคำศัพท์ครบทุกคำจึงจะเริ่มฝึก

สนทนาภาษาอังกฤษ เล่มปกสีแดงนี้ระบุ English Conversation for Beginners จึงเป็นตัวเลือกสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากมองหาหนังสือสนทนา เลือกข้อความช่วงสั้นมาฝึกอ่านออกเสียง แล้วลองเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นเรื่องของเราเอง เช่น ชื่อ สถานที่ หรือกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ

สนทนาภาษาอังกฤษ 35 ชั่วโมง เป็นอีกทางเลือกในกลุ่มฝึกสนทนา โดยชื่อเล่มใช้เวลาเป็นกรอบชวนเรียน เราสามารถแบ่งอ่านเป็นช่วงสั้นให้เหมาะกับตารางชีวิตได้ ชื่อหนังสือไม่ได้รับประกันว่าจะพูดคล่องภายใน 35 ชั่วโมง สิ่งที่ลองติดตามได้คือวันนี้เราพูดประโยคที่เมื่อวานยังติดขัดได้ดีขึ้นหรือไม่

สนทนาภาษาอังกฤษ ระบบอัตโนมัติ เป็นหนังสือฝึกสนทนาที่ใช้แนวคิดเรื่องการตอบได้คล่องเป็นชื่อเล่ม สำหรับผู้อ่าน ลองเริ่มจากข้อความสั้นแล้วพูดซ้ำโดยเปลี่ยนรายละเอียด เพื่อฝึกเรียกใช้ประโยคด้วยตัวเอง แทนการอ่านตามเพียงรอบเดียวแล้วข้ามไป
สนทนาภาษาอังกฤษ ฉบับสมบูรณ์ - John Steven

สนทนาภาษาอังกฤษ ฉบับสมบูรณ์ ของ John Steven เป็นอีกเล่มสำหรับคนที่อยากมีหนังสือในหมวดสนทนาไว้เปิดเลือกอ่าน คำว่า “ฉบับสมบูรณ์” เป็นส่วนหนึ่งของชื่อ ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นภารกิจอ่านให้ครบทุกหน้า เลือกช่วงที่ตรงกับสถานการณ์ที่อยากพูดก่อน แล้วค่อยขยายไปเรื่องอื่น
สนทนาภาษาอังกฤษ สูตร 12 วิธีพูดมาตรฐานสากล

สนทนาภาษาอังกฤษ สูตร 12 วิธีพูดมาตรฐานสากล ของชาญชัย บุญเฮ้า ชวนคนที่ชอบการเรียนแบบมีกรอบให้ลองดูแนวทางในเล่ม เมื่อเลือกฝึก ลองเริ่มจากวิธีหนึ่งแล้วสร้างประโยคหลายแบบด้วยข้อมูลใกล้ตัว เพื่อดูว่าเราเข้าใจโครงสร้างพอจะใช้ในสถานการณ์ใหม่ได้หรือยัง
สนทนาภาษาอังกฤษ 5 สำหรับ นักเรียน นักศึกษา

สนทนาภาษาอังกฤษ 5 สำหรับ นักเรียน นักศึกษา ระบุกลุ่มผู้อ่านไว้ชัดเจน จึงน่าสนใจสำหรับคนที่อยากฝึกการสื่อสารในช่วงวัยเรียน เลือกสถานการณ์ที่ใกล้สิ่งที่ต้องทำ แล้วลองฝึกกับเพื่อน โดยสลับกันถามและตอบ จะได้มีโอกาสทั้งฟังคำถามและคิดคำตอบของตัวเอง
มีทริปในใจ: เลือกภาษาให้ตรงกับสิ่งที่จะใช้
ถ้าเป้าหมายคือเดินทางต่างประเทศ เราเริ่มจากภาพทริปของตัวเองได้เลย ต้องถามทาง สั่งอาหาร หรืออธิบายปัญหาเรื่องห้องพักอย่างไร การเลือกหนังสือที่ผูกกับการท่องเที่ยวช่วยให้มีหัวข้อฝึกชัดขึ้น และยังทำให้การเรียนมีภาพปลายทางที่อยากไปถึง
สนทนาภาษาอังกฤษ ฟุตฟิตท่องเที่ยว - แมรี่ เวลล์

สนทนาภาษาอังกฤษ ฟุตฟิตท่องเที่ยว ของแมรี่ เวลล์ เป็นตัวเลือกที่วางเรื่องท่องเที่ยวไว้ตรงกลาง เหมาะลองเปิดดูเมื่อต้องการเลือกภาษาสำหรับทริป แนะนำให้ทำรายการสถานการณ์ที่กังวลไว้ก่อน แล้วเลือกฝึกประโยคที่ตอบโจทย์รายการนั้น พร้อมลองพูดโดยไม่มองหนังสือ
เรียนมาหลายรอบแล้ว: ลองกลับมาดูวิธีฝึก
บางครั้งชั้นหนังสือมีครบทั้งศัพท์ ไวยากรณ์ และบทสนทนา แต่เราแทบไม่ได้หยิบมาใช้ ปัญหาอาจอยู่ที่ยังไม่ได้เลือกเป้าหมายเล็กพอสำหรับวันธรรมดา หนังสือกลุ่มนี้ชวนกลับมาคิดถึงวิธีเรียน และเป็นทางอ่านต่อสำหรับคนที่อยากเริ่มใหม่ด้วยจังหวะที่ทำต่อเนื่องได้
ฝึกภาษาอังกฤษกันยังไงทำไมไม่สำเร็จสักที - ครูเคท

ฝึกภาษาอังกฤษกันยังไงทำไมไม่สำเร็จสักที ของครูเคท หยิบคำถามที่คนเรียนภาษาหลายคนน่าจะเคยถามตัวเองขึ้นมาเป็นชื่อ เหมาะเป็นทางอ่านต่อเมื่ออยากสำรวจวิธีฝึกของตัวเอง ลองอ่านพร้อมจดว่าเราเคยหยุดตรงไหน และเลือกสิ่งหนึ่งที่อยากทดลองเปลี่ยนในสัปดาห์นี้
ฝึกภาษาอังกฤษกันยังไงทำไมไม่สำเร็จสักที 3 - ครูเคท

ฝึกภาษาอังกฤษกันยังไงทำไมไม่สำเร็จสักที 3 ของครูเคท เป็นอีกเล่มในชุดเดียวกัน สำหรับคนที่อยากอ่านแนวทางจากผู้เขียนต่อ เล่ม 3 นับเป็นคนละผลงานกับเล่มแรก แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อหลายเล่มพร้อมกัน เลือกจากภาพตัวอย่างและหัวข้อที่ตรงกับคำถามที่เรากำลังมี
ฝึกภาษาอังกฤษให้เวิร์ก English Workshop - กมลชนก นวมทอง

ฝึกภาษาอังกฤษให้เวิร์ก English Workshop ของกมลชนก นวมทอง ระบุ Basic, Activity, Vocabulary บนปก จึงเป็นอีกทางเลือกที่เชื่อมพื้นฐาน กิจกรรม และคำศัพท์ ลองหยิบมาใช้ในวันที่อยากให้การฝึกมีงานชิ้นเล็กที่ทำเสร็จ เช่น บันทึกคำที่ได้ใช้หรือประโยคที่ลองแต่งเอง
เลือกเล่มแรก แล้วให้มันได้อยู่ในชีวิตประจำวัน
ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ลองเริ่มจากเป้าหมายเดียวสำหรับสัปดาห์นี้ อยากเขียนข้อความสั้นให้ชัดขึ้นก็เลือกไวยากรณ์หรือการเขียน อยากนึกคำออกเร็วขึ้นก็เลือกศัพท์ที่เกี่ยวกับชีวิตเรา ส่วนคนที่อยากพูด ควรให้เวลาฝึกออกเสียงและตอบคำถามด้วยตัวเองไปพร้อมกับการอ่าน
ลองกำหนดกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำได้ เช่น อ่านหนึ่งช่วง จดหนึ่งวลี แล้วพูดหรือเขียนประโยคใหม่ด้วยวลีนั้น วันต่อมาค่อยกลับมาลองอีกครั้ง การฟังและการพูดควรมีเสียงจริงให้ฝึกด้วย หนังสือเป็นสิ่งที่เปิดกลับมาดูได้ ส่วนการสนทนาจริงเปิดโอกาสให้เราได้ฟังและตอบสิ่งที่ไม่ได้เตรียมไว้
สำหรับหนังสือมือสอง ลองดูภาพเล่มจริง สภาพ รอยเขียน และอุปกรณ์ประกอบในหน้าสินค้า โดยเฉพาะเล่มแบบฝึกและเล่มที่เคยมีสื่อเสียง ชื่อบนปกอย่าง “ฉบับสมบูรณ์” หรือจำนวนชั่วโมงเป็นชื่อของหนังสือ ไม่ใช่คำรับประกันผลการเรียน เล่มที่เหมาะคือเล่มที่ระดับพอดีและเราหยิบกลับมาใช้ได้จริง
บนชั้นอาจมีหนังสืออยู่หลายเล่ม แต่บนโต๊ะวันนี้มีเพียงเล่มเดียวก็พอ เปิดไปยังเรื่องที่อยากใช้ แล้วลองพูดหรือเขียนอะไรสักอย่างจากหน้านั้น ให้ภาษาอังกฤษได้เดินออกจากหนังสือมาอยู่ในวันของเรา
สินค้าที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
อ่านต่อเรื่องอื่น

เปิดประตูสู่โลกแฟนตาซี: 6 เรื่องชวนผจญภัย ค้นพบมิตรภาพ และเติบโตไปด้วยกัน
ชวนหลงใหลโลกแฟนตาซีผ่านการเดินทางของคนที่ยังไม่พร้อม เพื่อนร่วมทางต่างพื้นเพ และพลังที่มาพร้อมความรับผิดชอบ คัด 6 เรื่องทั้งไทยและแปล พร้อมภาพวาดคั่นและจุดชวนอ่านที่เก็บบทสรุปไว้ให้ค้นพบเอง

ชวนเปิดโลกนิยายลึกลับ: 6 เรื่องที่ทุกหน้าชวนให้เราอยากรู้ความจริงมากขึ้น
เลือกกองอ่านจากบรรยากาศที่อยากเข้าไปอยู่ ตั้งแต่บ้านประหลาดและคฤหาสน์กอทิก ไปจนถึงทุ่งหมอก คดีปัวโรต์ และรหัสลับ ชวนเลือกนิยายลึกลับ 6 เรื่อง โดยเก็บคำเฉลยสำคัญไว้ในเล่ม

ทำไมข่าวร้ายถึงดึงดูดความสนใจเราได้มากกว่าข่าวดี? เข้าใจอคติที่ทำให้หยุดอ่าน
จากพาดหัวที่สะดุดตาถึงข่าวที่นึกออกง่าย ชวนเข้าใจ negativity bias และทางลัดในการประเมินโลก พร้อมหนังสือ 6 เล่มที่ช่วยมองความคิด บริบทของข่าว และจังหวะการรับข้อมูลให้รอบด้านขึ้น

ทำไมเราถึงคิดมากกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น? เมื่อใจซ้อมรับมือวันพรุ่งนี้
จากข้อความสั้น ๆ ที่ทำให้ใจตีความไปไกล ถึงความคิดวนก่อนนอน ชวนเข้าใจความกังวลและความไม่แน่นอนผ่านสถานการณ์ใกล้ตัว พร้อมหนังสือ 6 เล่มเรื่องการจัดการความคิด มุมมองชีวิต และการฝึกสติ
