จากคนชอบถ่ายรูปสู่คนเล่าเรื่องด้วยภาพ: ศิลปะที่ฝึกฝนกันได้
ชวนฝึกสายตาผ่านแสง องค์ประกอบ จังหวะ และความหมายของภาพ พร้อมหนังสือถ่ายภาพและศิลปะ 7 เล่มที่ช่วยต่อความชอบให้กลายเป็นเรื่องเล่า ตั้งแต่คู่มือกล้องถึงภาพถ่ายของจิตต์ จงมั่นคงและประวัติศาสตร์เบื้องหลังภาพ
ลองนึกถึงภาพร้านดอกไม้ริมทางสักร้าน ภาพแรกอาจบอกว่าร้านอยู่ตรงไหน ขายดอกอะไร อีกภาพอาจพาเราไปมองมือที่กำลังร้อยมาลัย แสงบนกลีบมะลิ และถังน้ำที่วางชิดเก้าอี้ไม้ คนดูเห็นสถานที่เดียวกัน แต่สิ่งที่ติดกลับไปในความรู้สึกอาจต่างกัน
ความต่างนั้นเริ่มจากความสนใจของคนถือกล้อง เราเลือกว่าจะยืนตรงไหน รออะไร และปล่อยให้รายละเอียดใดอยู่ในภาพ เมื่อเริ่มถามตัวเองได้ว่าอยากเก็บอะไรจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า การถ่ายรูปก็เริ่มมีทิศทางของเรื่องเล่า
ศิลปะการเล่าเรื่องด้วยภาพจึงค่อย ๆ ก่อตัวได้จากการฝึกมอง ลองถ่าย และกลับมาอ่านภาพของตัวเอง หนังสือ 7 เล่มต่อไปนี้ให้ทางเข้าคนละแบบ ทั้งเรื่องความคิด องค์ประกอบ เทคนิค งานภาพถ่าย และบริบททางประวัติศาสตร์ เผื่อว่าหน้าหนังสือจะช่วยให้เราออกไปเห็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เคยเดินผ่านด้วยสายตาใหม่
เริ่มจากความสงสัยว่า เราสนใจอะไรในสิ่งที่เห็น
บางคนหยุดดูรอยยิ้ม บางคนสนใจรอยสึกบนโต๊ะ อีกคนรอให้เงาของคนเดินมาทับเส้นบนพื้น ความชอบเหล่านี้เป็นจุดเริ่มที่มีค่า เพราะมันบอกว่าเราอยากอยู่กับเรื่องแบบไหนนานเป็นพิเศษ แม้ตอนนั้นยังอธิบายเป็นคำพูดได้ไม่หมด
208 ข้อแนะนำ ผู้รักการถ่ายภาพต้องรู้ ของ กนก เดชาวาศน์ มีส่วนที่ชื่อ “จากตาสู่ใจ” และ “เรื่องราว” อยู่ร่วมกับความรู้ด้านอื่น ๆ ของการถ่ายภาพ จึงเป็นเล่มที่น่าหยิบมาเปิดเมื่อเริ่มอยากคิดต่อว่า ภาพที่เราถ่ายสัมพันธ์กับความรู้สึกและสิ่งที่ต้องการสื่ออย่างไร

การอ่านคำแนะนำสั้น ๆ เหมาะกับจังหวะที่เรามีภาพบางภาพค้างอยู่ในหัว เช่น รู้สึกว่ารูปนี้สวยแต่ยังไม่รู้ว่าทำไม หรือชอบภาพหนึ่งทั้งที่มันไม่ได้เรียบร้อยตามสูตร คำถามเช่นนี้ทำให้การดูภาพมีรายละเอียดขึ้น และอาจพาเราไปค้นพบรสนิยมของตัวเองทีละน้อย
เราไม่จำเป็นต้องมีหัวข้อยิ่งใหญ่ก่อนออกไปถ่ายเสมอไป ความสนใจอย่าง “ร้านที่กำลังเปิดตอนเช้า” หรือ “มือของคนทำงาน” ก็พาให้เกิดภาพหลายแบบได้ เมื่ออยู่กับสิ่งหนึ่งนานพอ เรามักเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่การแวะมองครั้งเดียวอาจไม่ทันเห็น
ในกรอบเล็ก ๆ เรากำลังให้ความสำคัญกับอะไร
เวลายกกล้องขึ้น ส่วนหนึ่งของโลกจะอยู่ในภาพ และอีกส่วนจะหลุดออกไป การตัดสินใจตรงขอบภาพจึงสำคัญพอ ๆ กับสิ่งที่อยู่กลางภาพ หากอยากเล่าเรื่องคนขายดอกไม้ การเก็บบรรยากาศทั้งร้านอาจช่วยให้รู้จักพื้นที่ ขณะที่ภาพมือใกล้ ๆ อาจพาไปสนใจความละเอียดของงาน
Composition การจัดองค์ประกอบสำหรับการถ่ายภาพ ของ ดร.เอกนฤน บางท่าไม้ และวิโรจน์ เจียรวัชระมงคล เปิดทางให้ทำความรู้จักจุด เส้น สี พื้นที่ และความสมดุล รวมถึงมุมมองและจุดที่ภาพต้องการเน้น เหมาะกับการหาคำอธิบายให้สิ่งที่สายตาเรารู้สึก แต่ยังเรียกชื่อไม่ถูก

การรู้จักองค์ประกอบทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้น เส้นบนพื้นอาจพาสายตาไปหาตัวแบบ พื้นที่ว่างอาจทำให้วัตถุชิ้นเล็กดูโดดเด่น ส่วนฉากหลังที่มีรายละเอียดมากก็อาจจำเป็น หากรายละเอียดนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่ต้องการเล่า หลักการเหล่านี้จึงน่าใช้ประกอบการตัดสินใจ มากกว่านำมาตัดสินภาพทุกใบด้วยคำตอบเดียว
อีกเล่มที่ชวนมองจากหลายระยะคือ มุมกล้องมองภาพ ของ เกรียงไกร สุวรรณภักดิ์ เนื้อหามีทั้งเรื่องกล้องและการมองภาพ ผ่านหัวข้อเกี่ยวกับธรรมชาติ แสงเงา ภาพเงาดำ และหนังสือภาพ จึงเหมาะกับคนที่สนุกกับการสลับระหว่างความรู้ในการถ่ายกับสิ่งที่ชวนออกไปสังเกต

เล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับฟิล์มและอุปกรณ์ในยุคของหนังสืออยู่ด้วย เราอาจอ่านส่วนเหล่านั้นในฐานะความรู้ของยุคหนึ่ง แล้วนำคำถามเรื่องมุมมอง แสง และสิ่งที่สนใจกลับมาคิดต่อกับเครื่องมือที่ใช้อยู่ การเปลี่ยนจุดยืนเพียงเล็กน้อยบางครั้งก็เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่าง ๆ ในภาพได้มาก
แสงทำให้เรารู้สึกกับสิ่งธรรมดาต่างออกไป
แสงบนมือช่างปั้นกับแสงบนชั้นวางถ้วยอาจพาเราไปคนละเรื่อง ภาพหนึ่งทำให้สนใจการลงมือ อีกภาพอาจทำให้นึกถึงการรอคอยหรือร่องรอยของงานที่ทำเสร็จแล้ว ความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่ได้มีคำแปลตายตัว แต่การสังเกตทิศทางและน้ำหนักของแสงช่วยให้เราเห็นว่าบรรยากาศถูกสร้างขึ้นอย่างไร

ภาพประกอบจินตนาการ สื่อถึงการสังเกตแสงและรายละเอียดในชีวิตประจำวัน
ภาพถ่ายของ จิตต์ จงมั่นคง ชวนเปลี่ยนจังหวะจากการอ่านคำอธิบายมาอยู่กับงานภาพถ่ายขาวดำ ทั้งภาพบุคคลและภาพชีวิตในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เราสามารถมองน้ำหนักสว่างมืด รูปทรง และระยะห่างของสิ่งต่าง ๆ โดยไม่ต้องรีบหาว่าภาพนั้นใช้กล้องอะไร

หนังสือภาพเปิดพื้นที่ให้เราดูซ้ำได้อย่างเป็นส่วนตัว บางครั้งรอบแรกสะดุดตาคนในภาพ รอบถัดไปเพิ่งเห็นเงาหรือท่าทางของคนอีกด้าน การยอมให้ภาพค่อย ๆ เผยรายละเอียดเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกสายตา และช่วยให้รู้ว่าภาพที่เราชอบกำลังชวนมองอะไรอยู่
งานศิลปะภาพถ่ายยังมีพื้นที่ของการสร้างสรรค์หลังลั่นชัตเตอร์ด้วย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯ อธิบายถึงความเชี่ยวชาญด้านห้องมืดของจิตต์ไว้ด้วย การดูงานของเขาจึงชวนให้นึกถึงภาพถ่ายในฐานะผลงานที่ผ่านการเลือกและสร้างน้ำหนักทางอารมณ์ โดยต้องพิจารณาประเภทและเจตนาของงานประกอบกัน
เมื่อรู้ว่าอยากเล่าอะไร เทคนิคจะเริ่มมีความหมาย
ความรู้เรื่องกล้องจับต้องได้ขึ้นเมื่อเรามีภาพในใจ อยากให้เห็นความเคลื่อนไหวของมือ อยากแยกสิ่งหนึ่งออกจากฉากหลัง หรืออยากเก็บบรรยากาศในพื้นที่แสงน้อย แต่ละความต้องการทำให้เรารู้ว่าควรไปหาความรู้ส่วนไหนต่อ
Digital Photography Step by Step ของ Tom Ang เป็น เล่มภาษาอังกฤษ ที่มีทั้งหลักการ เทคนิค และการวิเคราะห์ภาพ ตัวอย่างหัวข้อมีตั้งแต่แสง มุมมอง และองค์ประกอบ ไปจนถึงภาพบุคคล ภาพพืช และการถ่ายภาพสารคดี เหมาะกับคนที่ชอบดูภาพควบคู่กับคำอธิบายวิธีทำความเข้าใจมัน

ส่วน The Digital Photography Book Vol.1 ของ Scott Kelby ในฉบับภาษาไทย ใช้วิธีอธิบายเคล็ดลับเป็นประเด็นสั้น ๆ มีตัวอย่างสถานการณ์ให้เชื่อมกับการถ่ายจริง จึงเป็นอีกจังหวะการอ่านสำหรับคนที่อยากหยิบปัญหาเฉพาะหน้ามาค่อย ๆ ทำความเข้าใจ

สองเล่มนี้ช่วยเติมภาษาทางเทคนิคให้ความตั้งใจของคนถ่าย ส่วนรายละเอียดกล้อง อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ควรอ่านตามยุคของฉบับนั้นและเทียบกับคู่มือเครื่องมือที่ใช้อยู่ เราไม่จำเป็นต้องทำตามทุกตัวอย่างให้เหมือนต้นแบบ ประโยชน์อีกอย่างของการอ่านคือการเข้าใจว่าเหตุใดผู้ถ่ายจึงเลือกวิธีนั้น แล้วคิดต่อว่ามันเหมาะกับเรื่องของเราหรือไม่
เมื่อเทคนิคเริ่มเป็นสิ่งที่เลือกใช้ได้ ความสนใจจะค่อย ๆ กลับไปอยู่กับสิ่งตรงหน้าได้มากขึ้น การฝึกจึงมีทั้งช่วงที่ต้องใส่ใจเครื่องมือและช่วงที่ปล่อยให้ความคุ้นเคยกับเครื่องมือช่วยพาเราไปสังเกตรายละเอียดอื่น
ภาพมีเรื่องราว และเรื่องราวก็มีสิ่งที่อยู่นอกภาพ
ภาพหนึ่งใบทำให้เราจินตนาการได้มาก แต่สิ่งที่นึกขึ้นมาอาจเกินกว่าสิ่งที่ภาพยืนยัน คนที่ดูเงียบอาจเพียงหยุดพักชั่วครู่ อาคารที่ดูสง่างามอาจมีประวัติการใช้งานซึ่งภาพด้านหน้าไม่ได้บอก การอ่านภาพจึงได้ประโยชน์จากทั้งความรู้สึกและความรู้เกี่ยวกับบริบท
MoMA อธิบายว่าการจัดองค์ประกอบ การเลือกสิ่งที่อยู่ในหรือนอกกรอบ รวมถึงการตัดและปรับภาพ ล้วนมีส่วนต่อมุมมองที่ผู้ชมได้รับ แนวคิดนี้ชวนให้เราสนใจทั้งสิ่งที่ภาพแสดงและวิธีที่ภาพถูกนำเสนอ
เล่นแร่แปลภาพ ประวัติศาสตร์สยามจากเบื้องหลังภาพถ่าย ของ นักรบ มูลมานัส เป็นทางอ่านต่อที่พาออกจากคู่มือถ่ายภาพ ไปสู่การสำรวจภาพเก่าผ่านประวัติศาสตร์ ผู้คน วัตถุ และสถาปัตยกรรมในช่วงรอยต่อความเปลี่ยนแปลงของสยาม

ความเกี่ยวข้องกับคนอยากเล่าเรื่องด้วยภาพอยู่ที่การตั้งคำถามกับสิ่งที่เห็น เสื้อผ้า ท่าทาง ฉาก และสิ่งของไม่ได้มีเพียงหน้าที่ตกแต่งภาพ เมื่อมีข้อมูลประกอบ รายละเอียดเหล่านั้นอาจเชื่อมไปถึงความสัมพันธ์และความคิดของยุคสมัยได้ เล่มนี้จึงช่วยเพิ่มมิติของการอ่านภาพ มากกว่าจะเป็นตำราสอนกดชัตเตอร์
พอกลับมาถ่ายเรื่องร่วมสมัย เราอาจใส่ใจคำบรรยายและข้อมูลของภาพมากขึ้นด้วย ภาพที่ตั้งใจสร้างเพื่อสื่ออารมณ์มีพื้นที่ของมัน ส่วนภาพที่นำเสนอเป็นหลักฐานของเหตุการณ์ก็ต้องอธิบายให้ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้น การรู้ว่าเรากำลังเล่าในรูปแบบไหนช่วยให้คนดูเข้าใจงานได้ชัดขึ้น
การเลือกภาพมาอยู่ด้วยกัน คือการเล่าเรื่องอีกครั้ง
เรื่องของร้านดอกไม้อาจเริ่มจากบรรยากาศยามเช้า ต่อด้วยมือที่กำลังทำงาน แล้วจบที่โต๊ะซึ่งเริ่มว่างลง ภาพแต่ละใบอาจไม่ต้องเล่าครบทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่เมื่อมาอยู่ด้วยกัน เราเริ่มเห็นเวลา จังหวะ และรายละเอียดที่เชื่อมกัน

ภาพประกอบจินตนาการของการคัดและเรียงภาพ ไม่ใช่ผลงานของช่างภาพที่กล่าวถึงในบทความ
ลองนึกต่อว่าหากเปิดด้วยโต๊ะว่างแล้วค่อยย้อนกลับไปหามือคนทำงาน ความรู้สึกของเรื่องอาจเปลี่ยนไป ทั้งที่ใช้ภาพชุดเดิม การคัดและเรียงภาพจึงทำให้เราได้ทบทวนอีกครั้งว่า สิ่งสำคัญของงานอยู่ตรงไหน และภาพใดช่วยให้คนดูเดินตามความสนใจนั้นได้
หนังสือทั้ง 7 เล่มข้างต้นอาจเป็นเพื่อนในคนละช่วงของการเดินทาง 208 ข้อแนะนำฯ กับ มุมกล้องมองภาพ ชวนขยายสิ่งที่สังเกต Composition ช่วยทำความเข้าใจภาษาของการจัดวาง ส่วน Tom Ang และ Scott Kelby ให้ความรู้สำหรับลองทำภาพให้ใกล้ความตั้งใจ ขณะที่งานของ จิตต์ จงมั่นคง และ เล่นแร่แปลภาพ ชวนให้เราใช้เวลากับการดูและการอ่านความหมาย
เราอาจเริ่มเห็นพัฒนาการได้จากคำถามที่ละเอียดขึ้น จากอยากถ่ายให้สวย มาเป็นอยากให้คนดูสังเกตอะไร และมีอะไรที่เรายังเล่าไม่ถึง ภาพที่ยังไม่สำเร็จก็มีประโยชน์เมื่อทำให้รู้ว่าครั้งหน้าจะลองมองต่างออกไปตรงไหน
จากคนชอบถ่ายรูปสู่คนเล่าเรื่องด้วยภาพ จึงอาจเริ่มจากความเต็มใจจะกลับไปมองสิ่งเดิมอีกครั้ง ร้านเดิม แสงอีกเวลา หรือคนเดิมในจังหวะที่เราเพิ่งสังเกตเห็น และค่อย ๆ พบว่ามีเรื่องเล่ามากเพียงใดซ่อนอยู่ในสิ่งที่เราเคยมองว่าธรรมดา
สินค้าที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
เล่นแร่แปลภาพ ประวัติศาสตร์สยามจากเบื้องหลังภาพถ่าย - นักรบ มูลมานัส
ศิลปะภาพถ่าย กล้อง
ล้างฟิล์มอัดขยายภาพ ตามหลักแผนใหม่ พร้อมสูตรน้ำยาจำนวนมาก
แชะ!...รวยทะลุเลนส์ ถ่ายภาพขายออนไลน์ ธุรกิจสร้างเงินล้าน
Photography
Past Lives of the Buddha : Wat Si Chum–Art, Architecture and Inscriptions
อ่านต่อเรื่องอื่น

เปิดประตูสู่โลกแฟนตาซี: 6 เรื่องชวนผจญภัย ค้นพบมิตรภาพ และเติบโตไปด้วยกัน
ชวนหลงใหลโลกแฟนตาซีผ่านการเดินทางของคนที่ยังไม่พร้อม เพื่อนร่วมทางต่างพื้นเพ และพลังที่มาพร้อมความรับผิดชอบ คัด 6 เรื่องทั้งไทยและแปล พร้อมภาพวาดคั่นและจุดชวนอ่านที่เก็บบทสรุปไว้ให้ค้นพบเอง

ชวนเปิดโลกนิยายลึกลับ: 6 เรื่องที่ทุกหน้าชวนให้เราอยากรู้ความจริงมากขึ้น
เลือกกองอ่านจากบรรยากาศที่อยากเข้าไปอยู่ ตั้งแต่บ้านประหลาดและคฤหาสน์กอทิก ไปจนถึงทุ่งหมอก คดีปัวโรต์ และรหัสลับ ชวนเลือกนิยายลึกลับ 6 เรื่อง โดยเก็บคำเฉลยสำคัญไว้ในเล่ม

ทำไมข่าวร้ายถึงดึงดูดความสนใจเราได้มากกว่าข่าวดี? เข้าใจอคติที่ทำให้หยุดอ่าน
จากพาดหัวที่สะดุดตาถึงข่าวที่นึกออกง่าย ชวนเข้าใจ negativity bias และทางลัดในการประเมินโลก พร้อมหนังสือ 6 เล่มที่ช่วยมองความคิด บริบทของข่าว และจังหวะการรับข้อมูลให้รอบด้านขึ้น

ทำไมเราถึงคิดมากกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น? เมื่อใจซ้อมรับมือวันพรุ่งนี้
จากข้อความสั้น ๆ ที่ทำให้ใจตีความไปไกล ถึงความคิดวนก่อนนอน ชวนเข้าใจความกังวลและความไม่แน่นอนผ่านสถานการณ์ใกล้ตัว พร้อมหนังสือ 6 เล่มเรื่องการจัดการความคิด มุมมองชีวิต และการฝึกสติ
































