ทำไมมนุษย์ถึงชอบอ่านเรื่องฆาตกรรม ทั้งที่รู้ว่ามันน่ากลัว?

สำรวจจิตวิทยาความอยากรู้ ความกลัวจากพื้นที่ปลอดภัย และเสน่ห์ของการไขปริศนา ผ่านหนังสือสืบสวน 20 เรื่องที่ชวนเข้าใจมนุษย์โดยไม่เฉลยตอนจบ

GetBookieGetBookie12/10/2569 20:24 · อ่าน 2 ครั้ง
ทำไมมนุษย์ถึงชอบอ่านเรื่องฆาตกรรม ทั้งที่รู้ว่ามันน่ากลัว?

ถ้าให้เลือกระหว่างค่ำคืนสงบกับการเข้าไปอยู่ใกล้คดีฆาตกรรม ในชีวิตจริงเราอาจตอบได้ทันที แต่เมื่อทั้งสองอย่างอยู่บนชั้นหนังสือ เล่มที่มีคดีน่ากลัวกลับเป็นเล่มที่อยากหยิบขึ้นมาอ่าน ความย้อนแย้งนี้น่าสนใจ เพราะบางครั้งเรารู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าเรื่องจะทำให้ไม่สบายใจ แต่ความรู้นั้นไม่ได้ลดความอยากอ่านลง

สิ่งที่เราชอบใน “เรื่องฆาตกรรม” คืออะไรกันแน่?

คำตอบมีหลายชั้น บางคนอยากไขปริศนา บางคนอยากเข้าใจแรงจูงใจ บางคนชอบความตื่นเต้นจากระยะที่ตนเลือกได้ และบางคนอ่านต่อเพราะอยากรู้ว่าชีวิตของผู้ที่ถูกทำร้ายจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ หนังสือที่มีการฆาตกรรมจึงไม่ได้มอบประสบการณ์แบบเดียวกันทั้งหมด ความชอบแนวนี้เองก็ไม่ใช่หลักฐานว่าผู้อ่านเห็นด้วยกับความรุนแรง

ก่อนเดินต่อ ควรแยก นิยายฆาตกรรม ซึ่งผู้เขียนสร้างเหตุการณ์และวางเบาะแส ออกจาก เรื่องอาชญากรรมจริงหรือ true crime ซึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตจริง หลักฐานจริง และผู้สูญเสียจริง งานวิจัยเกี่ยวกับอย่างหนึ่งช่วยให้ตั้งคำถามกับอีกอย่างได้ แต่ไม่ควรนำมาอธิบายแทนกันทั้งหมด บทความนี้จะใช้หนังสือสืบสวน 20 เรื่องเป็นทางสำรวจความอยากรู้อยากเห็นของเรา โดยเก็บคำเฉลยไว้ให้ค้นพบเอง

ความน่ากลัวเปิดคำถาม และความค้างคาทำให้เราอ่านต่อ

Coltan Scrivner เสนอในงานวิจัยปี 2021 ว่า morbid curiosity คือแรงจูงใจในการแสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่เป็นอันตราย งานชุดนี้พัฒนาแบบวัดและพบความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะดังกล่าวกับการเลือกข้อมูลหรือสื่อที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคาม สิ่งที่น่าสนใจคือคำจำกัดความเน้นการอยากรับรู้ ไม่ได้ใช้ความสนใจนั้นเป็นคำวินิจฉัยว่าบุคคลต้องการทำร้ายใคร

เมื่อใช้เป็นกรอบมองการอ่าน เราอาจเห็นว่าคำถาม “ใครทำ” กับ “เกิดขึ้นได้อย่างไร” ดึงเราเข้าไปใกล้สิ่งที่ปกติอยากหลีกเลี่ยง การอ่านจึงเป็นทั้งความไม่สบายใจและความอยากเข้าใจในเวลาเดียวกัน แต่ผลวิจัยนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าความชอบนิยายฆาตกรรมของทุกคนมีสาเหตุเดียวกัน

อีกกรอบหนึ่งคือแนวคิด ช่องว่างของข้อมูล ของ George Loewenstein ในปี 1994 เมื่อเราตระหนักว่ามีบางอย่างที่ยังไม่รู้ ความอยากรู้อาจผลักให้พยายามเติมช่องว่างนั้น นิยายสืบสวนทำให้ช่องว่างจับต้องได้มาก เช่น ใครบางคนอยู่ผิดที่ผิดเวลา หรือจดหมายสั้น ๆ เชื่อมเหตุการณ์ที่ดูไม่เกี่ยวข้องกัน การนำแนวคิดนี้มาอธิบายแรงดึงดูดของนิยายเป็นการตีความทางการอ่าน ไม่ใช่ผลทดลองเฉพาะกับหนังสือทุกเล่ม

ภาพเล่มจริง ฆาตกรรม 11 อักษร จาก GetBookie

ใน ฆาตกรรม 11 อักษร ของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ การเสียชีวิตของคนรักพาผู้เล่าไปตรวจเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการล่องเรือในอดีตและข้อความปริศนา ผู้อ่านจึงไม่ได้เผชิญเพียงคำถามเรื่องคนร้าย แต่ต้องต่อชิ้นส่วนของอดีตให้เข้าใจด้วย จุดชวนอ่านอยู่ที่ระยะห่างระหว่างสิ่งที่คนในเรื่องรู้กับสิ่งที่เรายังไม่รู้

ความค้างคาอีกแบบปรากฏใน ฆ่าลอร์ดเอ็ดจฺ์แวร์ ของ อากาธา คริสตี้ ซึ่งการยืนยันว่าอยู่กับคนอื่นทำให้ข้อสงสัยไม่ลงตัว ส่วน เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ตอน จัตวาลักษณ์ ของ เซอร์อาเทอร์ โคแนน ดอยล์ พาเงื่อนงำจากการหายตัวและสิ่งของปริศนาไปสู่คดีใหญ่กว่าเดิม ทั้งสองเรื่องชวนสังเกตว่า เราอ่านต่อเพราะภาพตรงหน้ามีชิ้นส่วนที่ยังวางเข้าที่ไม่ได้

เรากลัวจริงได้ แม้นั่งอยู่ในที่ปลอดภัย

ความกลัวจากการอ่านไม่จำเป็นต้องเป็นความกลัวปลอม เราอาจเกร็ง ระแวง หรือไม่อยากเดินไปปิดไฟจริง ๆ ทว่าบริบทต่างจากการเผชิญอันตรายโดยตรง เราเลือกจังหวะอ่าน หยุดพัก และปิดเล่มได้

แบบจำลอง Distancing–Embracing ของ Winfried Menninghaus และคณะในปี 2017 เสนอว่า การรับรู้ว่าเป็นงานศิลปะ ภาพแทน หรือเรื่องแต่ง ช่วยสร้างระยะทางจิตใจ ขณะที่รูปแบบและการเล่าเรื่องทำให้อารมณ์ด้านลบกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่เข้มข้นและมีคุณค่า นี่เป็นแบบจำลองเพื่ออธิบายการรับงานศิลปะ ไม่ใช่คำรับรองว่าทุกคนจะเพลิดเพลินกับความกลัวได้เสมอ

ภาพเล่มจริง เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ตอน หมาผลาญตระกูล จาก GetBookie

เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ตอน หมาผลาญตระกูล ใช้ตำนานของตระกูลและบรรยากาศทุ่งร้างให้ความกลัวเดินคู่กับการสืบค้น เราอาจอยากถอยจากสิ่งที่ดูเหนือคำอธิบาย แต่ก็อยากอยู่ดูว่าโฮล์มส์จะตรวจมันอย่างไร ความสนุกจึงเกิดได้ทั้งจากบรรยากาศและจากความพยายามหาเหตุผลท่ามกลางบรรยากาศนั้น

ในงานของดอยล์เช่นกัน เชอร์ล็อกโฮล์มส์ ตอน แรงพยาบาท ให้เราเดินตามการตรวจร่องรอยในคดีและค่อยพบอดีตที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ ตอน หุบเขาแห่งภัย เชื่อมการสืบสวนกับเรื่องราวของภัยคุกคามและความรุนแรงที่กว้างกว่าเหตุการณ์แรก เรื่องเหล่านี้เปิดพื้นที่ให้มองความหวาดกลัวผ่านการทำความเข้าใจ แทนที่จะมีเพียงการตกใจครั้งแล้วครั้งเล่า

สำหรับผู้อ่าน ความปลอดภัยอาจอยู่ในรายละเอียดเรียบง่ายมาก หนังสืออยู่ในมือ โคมไฟยังสว่าง และเราวางที่คั่นหน้าได้ทุกเมื่อ บริบทเช่นนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมอารมณ์ที่ไม่น่าอยากพบในชีวิตจริงจึงเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนที่เราเลือกเองได้

เราอยากเข้าใจคน มากพอ ๆ กับอยากจับคนร้าย

บางครั้งคดีเฉลยได้แล้ว แต่ความรู้สึกยังไม่คลี่คลาย เพราะรู้ว่าใครลงมือยังไม่เท่ากับเข้าใจว่าอะไรนำคนคนหนึ่งมาถึงการตัดสินใจนั้น

ภาพเล่มจริง เจตนาเลือด จาก GetBookie

เจตนาเลือด ของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ เริ่มจากการตายของนักเขียนและการสืบสวนความสัมพันธ์ของผู้เกี่ยวข้อง คำบอกเล่ากับแรงจูงใจทำให้การอ่านมีอะไรให้ตรวจสอบมากกว่าลำดับเหตุการณ์ หากสนุกกับเล่มนี้ เราอาจกำลังติดใจการรื้อความเข้าใจเดิมเมื่อมีข้อมูลใหม่ ไม่ได้ติดใจความรุนแรงเพียงอย่างเดียว

โกหกน่าตาย รวมเรื่องสั้นห้าคดีที่คางะตรวจคำพูดและพฤติกรรม จึงเชื่อมกับความอยากรู้ว่าคำโกหกพาความจริงหลบไปตรงไหน ส่วน ผู้มาเยือน ใช้คนธรรมดาในย่านนิฮมบาชิเป็นผู้ให้เบาะแส ชวนให้เห็นว่าการสืบคดีต้องรับฟังชีวิตของคนที่อยู่รายรอบด้วย ทั้งสองเล่มทำให้การตามหาคำตอบมีลักษณะเหมือนการเรียนรู้ว่าจะฟังเรื่องเล่าของมนุษย์อย่างไร

เราอาจตั้งคำถามกับความไว้ใจ ความอิจฉา ความผูกพัน หรือเหตุผลที่คนใช้ปกป้องตัวเองได้ผ่านตัวละคร แต่ควรเก็บเส้นแบ่งไว้ให้ชัด การเข้าใจแรงจูงใจไม่ใช่การยกเว้นความรับผิด และตัวละครก็ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับวินิจฉัยคนจริงที่มีพฤติกรรมคล้ายกัน

รู้ว่าใครทำแล้ว ก็ยังอยากรู้ว่าเรื่องจะไปถึงไหน

หากสิ่งที่เราต้องการมีเพียงชื่อฆาตกร นิยายที่เปิดข้อมูลสำคัญตั้งแต่ต้นก็คงไม่มีอะไรให้อ่านต่อ ความจริงกลับมีแรงดึงดูดอีกหลายแบบ ทั้งการเผชิญหน้าของความคิด ความเสี่ยงที่แผนจะถูกเปิดเผย และราคาที่ตัวละครต้องจ่าย

ภาพเล่มจริง กลลวงซ่อนตาย จาก GetBookie

กลลวงซ่อนตาย ของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ วางอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์และนักฟิสิกส์ไว้ในคดีที่มีการอำพราง จุดชวนอ่านอยู่ที่การตรวจตรรกะและความหมายของสิ่งที่คนคนหนึ่งยอมทำเพื่ออีกคน ผู้อ่านจึงสามารถลุ้นได้โดยไม่ต้องรอคำถามว่าใครเป็นคนร้ายอย่างเดียว

รักต้องฆ่า ซึ่งเป็นชื่อแปลเดิมของ พิษรักสั่งตาย เชื่อมกับการพยายามอธิบายวิธีเกิดเหตุในคดีที่ดูไม่ลงตัว ขณะที่ เกมรักพาตัว ใช้แผนลักพาตัวเป็นสนามของการคาดเดาและความสัมพันธ์ ทั้งสองเล่มชวนให้สังเกตว่าความลุ้นอาจมาจากคำถามเรื่องวิธีการและการพลิกสถานการณ์ ไม่จำเป็นต้องมาจากรายละเอียดอันน่าสยดสยอง

สำหรับการอ่าน เราอาจสนุกกับการคาดการณ์แล้วพบว่าตัวเองคิดผิด สนุกกับการมองแผนซ้อนกัน หรือรู้สึกสะเทือนใจเมื่อเหตุผลที่เคยดูเข้าใจได้เริ่มมีราคาสูงเกินไป นี่เป็นอรรถรสคนละแบบกับความพอใจเมื่อเห็นใครถูกทำร้าย

เราอ่านต่อเพราะห่วงชีวิตที่คดีทิ้งไว้ข้างหลัง

หนังสือฆาตกรรมจำนวนหนึ่งมีหัวใจอยู่ที่คนที่ยังต้องมีชีวิตต่อ ครอบครัวที่แตกออก ความสัมพันธ์ที่เสียหาย หรือความหวังว่าจะมีใครรับฟังเรื่องของผู้สูญเสีย ความเศร้ากับความสนุกในการติดตามเรื่องจึงเกิดขึ้นพร้อมกันได้

ภาพเล่มจริง นิ้วสีแดง จาก GetBookie

นิ้วสีแดง ของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ นำคดีเข้าสู่พื้นที่ครอบครัวและคำถามว่าใครจะถูกปกป้องหรือถูกผลักให้รับภาระ ความกดดันของเรื่องทำให้การอ่านเคลื่อนจากการหาคำตอบไปสู่การพิจารณาการดูแลกัน ความรู้สึกที่ค้างอยู่จึงอาจเป็นความไม่สบายใจต่อการปฏิบัติต่อคนในบ้าน มากกว่าความตื่นเต้นจากคดี

ฆาตกรรมคืนฝนดาวตก เริ่มจากพี่น้องที่สูญเสียพ่อแม่และต้องเติบโตขึ้นพร้อมบาดแผลของเหตุการณ์นั้น จึงเชื่อมความอยากรู้ความจริงกับความผูกพันต่อผู้สูญเสีย ส่วน ด้ายแห่งความหวัง ร้อยคดีเข้ากับความสัมพันธ์พ่อลูกและชาติกำเนิด ชวนถามว่าสายสัมพันธ์ที่เราเชื่อว่าเข้าใจแล้วมีเรื่องใดซ่อนอยู่

การอยากให้ความจริงปรากฏเป็นแรงดึงดูดทางการอ่านที่เข้าใจได้ แต่หนังสือก็ไม่จำเป็นต้องให้ความยุติธรรมที่เรียบร้อยหรือปลอบใจเสมอ บางเรื่องทิ้งคำถามไว้หลังคดีจบ และคำถามนั้นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เราอยากคุยกับคนอื่นต่อเมื่อปิดเล่ม

เราชอบเห็นสิ่งที่ดูไร้ระเบียบเริ่มมีคำอธิบาย

คดีในนิยายมักรวบรวมเหตุการณ์ที่ชวนสับสน แล้วเปิดโอกาสให้ความรู้บางอย่างช่วยจัดภาพใหม่ เราอาจเพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่ของธรรมดากลายเป็นเบาะแส หรือเหตุผลเล็กน้อยทำให้สมมติฐานใหญ่เปลี่ยนไป

ภาพเล่มจริง Murder at The Margin เศรษฐศาสตร์ ฆาตกรรม จาก GetBookie

Murder at The Margin เศรษฐศาสตร์ ฆาตกรรม ของ Marshall Jevons ให้ Henry Spearman ใช้เหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ในการสืบคดีบนเกาะ เป็นตัวอย่างของหนังสือที่ชวนสนุกกับการใช้กรอบคิดมองพฤติกรรมมนุษย์ ความพอใจในการอ่านอาจอยู่ตรงที่เราเริ่มมองเห็นเหตุผลในรายละเอียดที่ก่อนหน้านั้นมองผ่าน

สมการกลางฤดูร้อน ของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ เชื่อมคดีในเมืองชายทะเลกับประเด็นสิ่งแวดล้อม ทำให้ปริศนามีบริบทกว้างกว่าห้องเกิดเหตุ ขณะที่ คดีฆาตกรรมเรือนระเบียงวน เชื่อมโรงแรม ผู้เกี่ยวข้อง และโศกนาฏกรรมในอดีต ให้ความสนใจของเราเคลื่อนระหว่างเหตุการณ์ปัจจุบันกับสิ่งที่ยังส่งผลอยู่

ความรู้สึกว่าเรื่องกำลังมีคำอธิบายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของนิยายสืบสวน แต่ต้องระวังเมื่อนำความคาดหวังนั้นไปใช้กับคดีจริง ชีวิตจริงอาจมีหลักฐานไม่ครบ พยานจำผิด และข้อสงสัยที่ยังตอบไม่ได้ คำอธิบายที่เล่าลื่นไหลจึงไม่ใช่หลักฐานว่าถูกต้อง

บางทีเราก็ชอบฝีมือของคนเล่า

เมื่ออ่านแนวสืบสวนมาสักพัก เราอาจเริ่มจำขนบบางอย่างได้ ห้องปิดตาย คนที่มีข้อแก้ตัวสมบูรณ์ หรือของเล็ก ๆ ที่ถูกกล่าวถึงเหมือนไม่สำคัญ ความสนุกจึงขยายจากการตามคดีไปสู่การดูว่าผู้เขียนจะเล่นกับความคาดหวังอย่างไร

ภาพเล่มจริง กฎยอดนักสืบ จาก GetBookie

กฎยอดนักสืบ ของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ หยิบขนบและกลเม็ดของนิยายสืบสวนมาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง ทั้งห้องปิดตายและทริกตารางเวลา จึงเหมาะจะชวนถามว่าเราสนุกกับอะไรใน “วิธีเล่า” ส่วน คำสาปยอดนักสืบ พานักเขียนเข้าไปในโลกที่เขาต้องกลายเป็นนักสืบและเผชิญคดี ช่วยขยับคำถามจากตัวคนร้ายไปสู่กติกาของโลกนิยายเอง

มองจากมุมนี้ หนังสือฆาตกรรมอาจใกล้กับเกมทางความคิด งานสร้างบรรยากาศ หรือวรรณกรรมเกี่ยวกับมนุษย์มากกว่าที่ชื่อแนวบอกไว้ ผู้อ่านสองคนจึงชอบหนังสือเล่มเดียวกันได้ด้วยเหตุผลต่างกัน คนหนึ่งติดใจปริศนา อีกคนจดจำความสัมพันธ์ และอีกคนชอบประโยคหรือจังหวะเฉลยที่ทำให้ต้องกลับไปพลิกหน้าเก่า

ความอยากรู้อยู่ร่วมกับความเห็นใจได้

ถ้ากลับไปยังคืนที่เราบอกตัวเองว่า “อีกบทเดียว” คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่มนุษย์ชอบความน่ากลัวเหมือนกันหมด แต่อยู่ที่เรื่องเล่าได้ผูกความน่ากลัวเข้ากับสิ่งอื่นที่เราอยากสัมผัส ทั้งคำตอบ ความคิด ความรู้สึก และความเข้าใจคน

ในกรณีอาชญากรรมจริง ความอยากรู้ควรเดินคู่กับการเคารพผู้เสียหายและความไม่แน่นอนของหลักฐาน การคาดเดาอย่างสนุกในนิยายมีบริบทต่างจากการกล่าวหาคนจริง ส่วนในการอ่านเรื่องแต่ง เราเองก็ไม่จำเป็นต้องฝืนให้จบเพียงเพราะเป็นแนวที่ชอบ หากความรู้สึกหนักเกินไปก็วางเล่มไว้ก่อนได้

ครั้งต่อไปที่หยิบหนังสือฆาตกรรม ลองถามตัวเองดูว่าอะไรทำให้อยากเปิดหน้าถัดไป เรากำลังตามเบาะแส ห่วงใครบางคน หรืออยากเข้าใจการตัดสินใจที่ไม่อาจยอมรับได้ คำตอบอาจบอกอะไรเกี่ยวกับการอ่านของเราได้มากกว่าป้ายบนชั้นหนังสือ และความสนุกนั้นก็ยังมีพื้นที่ให้ความเห็นใจอยู่ด้วยเสมอ

สินค้าที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

สืบสวน สอบสวน

ดูทั้งหมด

อ่านต่อเรื่องอื่น

ดูบทความทั้งหมด
คนเราจำเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นได้จริงหรือ? สำรวจความทรงจำเทียมผ่านจิตวิทยาและนิยายลึกลับ
12/10/2569 22:29 · อ่าน 3 ครั้ง

คนเราจำเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นได้จริงหรือ? สำรวจความทรงจำเทียมผ่านจิตวิทยาและนิยายลึกลับ

ทำไมภาพในหัวจึงชัดทั้งที่รายละเอียดผิด? ชวนอ่าน คิด, เร็วและช้า เป็นเล่มหลัก แล้วตามไปดูงานทดลองความทรงจำเทียม พร้อมนิยายลึกลับที่ตั้งคำถามกับพยานและคนเล่า โดยไม่เฉลยจุดหักมุม

ก่อนมีอินเทอร์เน็ต คนสมัยก่อนตามข่าวและนินทากันอย่างไร?
12/10/2569 21:48 · อ่าน 2 ครั้ง

ก่อนมีอินเทอร์เน็ต คนสมัยก่อนตามข่าวและนินทากันอย่างไร?

จากจดหมายเข้ารหัสซ่อนเรื่องนินทา โต๊ะกาแฟลอนดอน และข่าวลวงบนดวงจันทร์ สู่หนังสือพิมพ์และวิทยุไทย ย้อนดูว่าข่าวสารเดินทางอย่างไรก่อนยุคอินเทอร์เน็ต พร้อมหนังสือ 20 เล่มที่ชวนอ่านต่อ

เมื่ออาหารหนึ่งจานเปลี่ยนโลก! เรื่องราวเบื้องหลังเครื่องเทศ น้ำตาล และสงคราม
12/10/2569 20:57 · อ่าน 2 ครั้ง

เมื่ออาหารหนึ่งจานเปลี่ยนโลก! เรื่องราวเบื้องหลังเครื่องเทศ น้ำตาล และสงคราม

จากเม็ดพริกไทยถึงน้ำตาลหนึ่งช้อน ชวนอ่านประวัติศาสตร์การค้า การผูกขาด และสงครามผ่านของกินที่คุ้นเคย พร้อมหนังสือ 20 เล่มที่ต่อเรื่องจากเมืองท่ากลับมาสู่ครัว

ประกันสังคมกับชีวิตคนทำงาน: รู้สิทธิแรงงาน หลังเลือกตั้งบอร์ดปี 2569
11/10/2569 22:21 · อ่าน 5 ครั้ง

ประกันสังคมกับชีวิตคนทำงาน: รู้สิทธิแรงงาน หลังเลือกตั้งบอร์ดปี 2569

จากสลิปเงินเดือนถึงเสียงของผู้ประกันตน ชวนเข้าใจสิทธิแรงงาน ประกันสังคม และคุณภาพชีวิตในการทำงาน ผ่านหนังสือ 20 เล่ม หลังการเลือกตั้งผู้แทนในบอร์ดประกันสังคมวันที่ 11 ตุลาคม 2569

ตั้งค่าคุกกี้

ดูรายละเอียดของแต่ละประเภทได้ที่ นโยบายคุกกี้