เลือกเล่มที่ต้องการ
รายละเอียดหนังสือ
ลิลิตนิทราชาคริต เป็นบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเรียบเรียงขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2422 ในรูปแบบลิลิตสุภาพ อันเป็นคำประพันธ์ที่สลับกันระหว่างร่ายกับโคลง และมีความยาวทั้งสิ้น 991 บท นับเป็นงานชิ้นสำคัญที่นำเอานิทานตะวันออกอันเลื่องชื่ออย่างอาหรับราตรีเข้ามาสู่โลกวรรณคดีไทย โดยทรงเก็บความจากเรื่องย่อยเรื่องหนึ่งในอาหรับราตรีมาทรงเรียบเรียงใหม่ และทรงตั้งชื่อเรื่องว่านิทราชาคริต ซึ่งหมายถึงการหลับและการตื่น อันสะท้อนพฤติกรรมของตัวละครเอกในเรื่องที่ต้องสลับระหว่างความฝันและความจริง
เนื้อเรื่องเริ่มจากพระเจ้าฮารูนอาลราษจิต ผู้ครองกรุงแบกแดด ผู้ทรงโปรดปลอมพระองค์เป็นพ่อค้าเสด็จเที่ยวสัญจรไปตามเมืองต่าง ๆ เพื่อทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของราษฎร ครั้งหนึ่งพระองค์เสด็จไปยังเมืองมุศสุลและได้พบกับอาบูหะซัน ทายาทของพ่อค้าผู้มั่งคั่ง ผู้ซึ่งเมื่อบิดาสิ้นชีวิตลงได้แบ่งทรัพย์สมบัติออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งใช้ซื้อที่ดินและบ้านเรือนไว้ให้เช่า อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้จ่ายเลี้ยงเพื่อนฝูงและนารีโดยไม่คิดค้าขายอีก ครั้นใช้ชีวิตเช่นนั้นได้เพียงปีเดียวเงินทองก็หมดสิ้น เพื่อนฝูงพากันหลบหน้ารังเกียจ เขาจึงเพียรเก็บออมเงินทองและกลับมามั่งคั่งดังเดิม พร้อมตั้งสัตย์ว่าจะไม่คบเพื่อนในเมืองแบกแดดอีก และจะต้อนรับผู้มาเยือนเพียงคืนเดียวเท่านั้น
เมื่อพระเจ้าฮารูนอาลราษจิตเสด็จมาถึงบ้านของอาบู จึงทรงได้รับเชิญให้เข้าไปและได้รับการต้อนรับตามสัญญาเพียงคืนเดียว ระหว่างบริโภคอาหารและดื่มสุราอย่างสนุกสนาน พระองค์ทรงไต่ถามถึงชีวิตและความเป็นไปของผู้คนในแบกแดด อาบูจึงเล่าถึงอีแมนและศิษย์ทั้งสี่ผู้ประพฤติชั่วช้า และกล่าวว่าหากตนเป็นพระเจ้าฮารูนอาลราษจิตก็จะจับตัวมาลงโทษให้หลาบจำ ฝ่ายพระองค์เมื่อได้ฟังเช่นนั้นจึงทรงโรยยาสลบให้อาบูดื่ม แล้วรับสั่งให้ทาสแบกตัวเขาเข้าพระราชวังทันที
ครั้นรุ่งเช้าอาบูตื่นขึ้นก็พบว่าตนเองอยู่ในชุดเครื่องทรงอย่างกษัตริย์ ท่ามกลางเหล่านางสนมและอำมาตย์ที่ยืนยันว่าเขาคือกาหลิบผู้ครองราชย์ อาบูจึงเริ่มเคลิ้มเชื่อว่าตนเป็นกาหลิบจริง เมื่อออกว่าราชการก็ตัดสินข้อความได้อย่างถูกต้อง ทั้งยังสั่งให้จับอีแมนและศิษย์ทั้งสี่มาลงโทษประจาน และให้นำทองคำไปมอบแก่ผู้เป็นมารดา แต่เมื่อตกค่ำ นางกำนัลชื่อฟองไข่มุกได้ลอบวางยาสลบลงในถ้วยสุรา พระเจ้าฮารูนอาลราษจิตจึงรับสั่งให้เปลี่ยนชุดและให้ทาสดำพาตัวกลับไปส่งยังบ้านเดิม ครั้นอาบูตื่นขึ้นในเวลาบ่ายก็ยังคงเพ้อพกถึงความสนุกในวัง จนเมื่อมารดาเตือนว่าตนคืออาบู เขาก็กลับทุบตีมารดา ชาวบ้านจึงจับตัวไปส่งโรงพยาบาลโรคจิต และเมื่อถูกโบยตีจนสาหัสสติจึงกลับคืนมา ต่อมาอีกเดือนหนึ่งพระเจ้าฮารูนอาลราษจิตก็ทรงปลอมพระองค์มาหาอาบูอีกครั้ง และทรงกระทำเช่นเดิมซ้ำอีก
เรื่องราวจึงว่าด้วยความฝันและความจริงที่ปนเปกัน เส้นแบ่งระหว่างสามัญชนกับกษัตริย์ที่พร่าเลือน ตลอดจนบทเรียนเรื่องความรักเพื่อนและความไม่เที่ยงของทรัพย์สินเงินทอง ใครที่ชื่นชอบวรรณคดีไทยและอยากสัมผัสกลวิธีการเล่าเรื่องชั้นครูของรัชกาลที่ 5 ลองเปิดอ่านลิลิตนิทราชาคริตเรื่องนี้ดู แล้วจะได้ลุ้นไปกับชะตาของอาบูที่ต้องสลับระหว่างความฝันและความจริงครั้งแล้วครั้งเล่า









