รูปที่ 1 จาก 9
พลานุภาพศิลปะกับสังคม
ลดพิเศษ 20%-50%ภายใน 1 วัน 5 ชม. 7 นาที
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
หนังสือเล่มนี้พาเราย้อนไปสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะกับการเมืองและสังคมไทย ผ่านเรื่องราวของแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย องค์กรที่เกิดจากการรวมตัวของบุคลากรในวงการศิลปะกลุ่มหนึ่ง ซึ่งต้องการใช้ศิลปะเป็นสื่อเพื่อรับใช้สังคม การก่อกำเนิดขององค์กรแห่งนี้สัมพันธ์กับความขัดแย้งภายในมหาวิทยาลัยศิลปากร กรณีอาจารย์ 12 คน และความไม่พอใจต่อการบริหารการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ จนนำไปสู่การรวมตัวกันในช่วงปลายปี 2517 โดยมีการร่างคำประกาศ ณ ภาควิชาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนประกาศต่อสาธารณะ ณ ท้องพระโรง วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร และเลือก พนม สุวรรณนาถ ขึ้นเป็นประธาน
เนื้อหาสะท้อนแนวคิดศิลปะเพื่อชีวิตและเพื่อประชาชน ซึ่งเชื่อมโยงกับกระแสความคิดเรื่องศิลปะเพื่อชีวิต ศิลปะเพื่อประชาชน ที่ปรากฏในวงการศิลปะไทยมาตั้งแต่กลางทศวรรษ 2490 ผ่านงานของจิตร ภูมิศักดิ์ และศิลปินคนอื่น ๆ แนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทยเคลื่อนไหวโดยใช้ศิลปะเป็นอาวุธทางวัฒนธรรม ผลักดันประเด็นสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตย ควบคู่ไปกับประเด็นทางสังคมที่เข้มข้น กิจกรรมขององค์กรไม่ได้จำกัดอยู่ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ยังมีเครือข่ายสมาชิกในภาคอีสานที่รวมตัวกันในนามแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยร่วมกิจกรรมกับศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยและชุมนุมวรรณศิลป์ ตลอดจนกลุ่มอื่น ๆ
จุดที่น่าสนใจคือการนำศิลปะออกสู่พื้นที่สาธารณะ เช่น ภาพคัตเอาท์การเมืองจำนวน 48 ภาพที่ติดตั้งบนเกาะกลางถนนราชดำเนิน เพื่อฉลองครบรอบสองปีเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2518 รวมถึงนิทรรศการศิลปวัฒนธรรมทาส และการติดตั้งผลงาน ณ ท้องสนามหลวงและสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนและระหว่างเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งสะท้อนบทบาทของศิลปะในฐานะเครื่องมือสื่อสารทางการเมืองที่ทำงานทั้งทางตรงและทางอ้อม
แนวทางเช่นนี้ยังสืบทอดมายังงานนิทรรศการอย่าง "ศิลปกับสังคม" และ "ศิลปะนานาพันธุ์" ที่ยกประเด็นประชาธิปไตยและปัญหาสังคมขึ้นมาเป็นแกนหลักของงาน ในขณะที่หอสมุดแห่งหนึ่งระบุชุดหนังสือ "ศิลปกับสังคม" ปี 2547 ซึ่งใช้ชื่อในเล่มว่า 30 ปี แนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย : สายธาร ธรรมศิลป์ โดยมีสถาบันปรีดี พนมยงค์เป็นผู้จัดทำที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้เขียนหรือผู้แปลของหนังสือเล่มนี้ยังไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน
สำหรับใครที่สนใจว่าศิลปินไทยใช้พื้นที่สาธารณะและผลงานสร้างสรรค์เพื่อสื่อสารประเด็นการเมือง สังคม และประชาธิปไตยอย่างไร การได้ค่อย ๆ ไล่เรียงที่มา บทบาท และเครือข่ายของแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทยในหน้านี้ น่าจะทำให้เห็นภาพของช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์ศิลปะไทยได้ชัดขึ้น และอาจชวนให้ย้อนกลับไปมองความหมายของศิลปะในสังคมปัจจุบันอีกครั้ง



















