รูปที่ 1 จาก 9
ก่อนสิ้นรุ่งอรุณแห่งฝัน
ลดพิเศษ 20%-50%ภายใน 1 วัน 8 ชม. 28 นาที
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
ถ้าคุณกำลังมองหาหนังสือที่พูดถึงความฝันและความหวังของคนธรรมดาคนหนึ่ง ก่อนสิ้นรุ่งอรุณแห่งฝัน ผลงานของ สิริญรำไพ (มาเรีย) ประพันธุ์ทวี คือบันทึกชีวิตที่บอกเล่าเรื่องราวของเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งเติบโตขึ้นในแผ่นดินอีสานของประเทศไทย เธอมีความใฝ่ฝัน มีความหวัง มีการรอคอย และเฝ้ามุ่งแสวงหาสิ่งที่ตัวเองปรารถนา ทว่าหนทางชีวิตกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย เพราะการจะไปให้ถึงจุดหมายนั้นต้องอาศัยทั้งความอดกลั้น ความอดทน การต่อสู้ และการให้กำลังใจตัวเองมากกว่าคนจำนวนไม่น้อยบนโลกใบนี้
ภายในเล่มผู้อ่านจะได้เดินทางไปพร้อมกับเรื่องราวที่ครบรส ทั้งสุขและทุกข์ ทั้งความสมหวังและความผิดหวัง เนื้อหาถูกเปรียบเทียบว่าดำเนินไปราวกับท่วงทำนองดนตรีหลากหลายชนิดที่ผสมผสานกัน ทั้งลูกทุ่ง ลูกกรุง บลูส์ แจ๊ส เรกเก้ ไปจนถึงฮาร์ดคอร์พังค์ บางครั้งจึงอาจมองได้ว่าเป็นความโชคดีของชีวิตหนึ่งที่ได้เต้นรำไปกับจังหวะที่แตกต่าง ไม่ซ้ำซากจำเจ และทำให้ชีวิตมีความตื่นเต้นพร้อมกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ
อีก dimens มิติหนึ่งที่หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดออกมาคือการต่อสู้กับมรสุมชีวิต ทั้งความสูญเสีย ความเจ็บปวด และอุปสรรคสำคัญอย่างการต้องกลายเป็นสะใภ้ที่แม่สามีชาวต่างชาติไม่ยอมรับ ในช่วงเวลานั้นความรักและความซื่อสัตย์จากสามีคือเส้นยึดเหนี่ยวเพียงเส้นเดียวที่ช่วยประคองให้ก้าวต่อไป เนื้อหาจึงเปรียบได้กับบทบันทึกสงครามชีวิตทั้งภายในและภายนอกจิตใจ ที่ผู้อ่านจะได้เห็นการเรียนรู้ที่จะยืนหยัดอย่างอ่อนโยน รักษาหัวใจของตัวเองไว้ท่ามกลางพายุ และค่อย ๆ เชื่อมั่นว่ารุ่งอรุณจะมาถึงเสมอ
ด้วยคุณค่าเหล่านี้เอง ก่อนสิ้นรุ่งอรุณแห่งฝัน จึงได้รับรางวัลชมนาด ระดับดีเด่น (ชนะเลิศ) ครั้งที่ 3 ประจำปี 2556 ซึ่งจัดโดยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นร่วมกับธนาคารกรุงเทพ โดยคณะกรรมการตัดสินมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เรื่องนี้และ พฤกษามาตา ได้รับรางวัลดีเด่นเคียงคู่กัน และผลงานชิ้นนี้ยังทำคะแนนได้ดียิ่งในเชิงศิลปะการประพันธ์สร้างสรรค์
แม้ตัวเรื่องจะหยิบเอาชีวิตของคนคนหนึ่งมาเล่า แต่หลายมุมในนั้นก็น่าเรียนรู้และสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ใครที่กำลังมองหาหนังสือที่ชวนให้ทบทวนเรื่องความฝัน กำลังใจ และการก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ลองเปิดหน้าหนังสือเล่มนี้ดู แล้วค่อย ๆ เดินไปพร้อมกันกับเธอ ลองดูว่าคุณจะพบแง่มุมไหนที่สะท้อนใจ และอยากติดตามว่าตัวละครจะก้าวผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นไปได้อย่างไร
สำหรับผู้อ่านที่สนใจวรรณกรรมเชิงบันทึกชีวิตและเรื่องราวจากแผ่นดินอีสาน หนังสือเล่มนี้ชวนให้ค่อย ๆ อ่านไปทีละบท แล้วลองถามตัวเองว่าถ้าเป็นเรา เราจะยืนหยัดและรอคอยรุ่งอรุณของตัวเองได้หรือไม่

















