รูปที่ 1 จาก 8
นางกรี๊ด
ลดพิเศษ 20%-50%ภายใน 1 วัน 6 ชม. 50 นาที
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
นวนิยายเรื่อง «นางกรี๊ด» ของ เพ็ญศิริ เล่มนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาวิเคราะห์ในบทความวิชาการด้านมนุษยศาสตร์ ในฐานะตัวอย่างวรรณกรรมร่วมสมัยที่ใช้ «การเสียดสี» เป็นเครื่องมือเล่าเรื่อง เพื่อวิพากษ์บทบาทของสตรีในสังคมไทยที่ดำรงอยู่ภายใต้สังคมชายเป็นใหญ่และวัฒนธรรมสมัยนิยม
หัวใจสำคัญของการตีความอยู่ที่ «เสียงกรี๊ด» ซึ่งถูกอ่านให้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านกรอบวัฒนธรรมที่กำหนดให้ผู้หญิงต้องสงบเสงี่ยม และในขณะเดียวกันก็เป็นการเรียกร้องพื้นที่ในการมีตัวตนและพื้นที่ในการพูดของผู้หญิงด้วย บทความยกข้อความจากเรื่องที่พูดถึงเสียงกรี๊ดของวัยรุ่นขึ้นมาประกอบการวิเคราะห์วาทกรรม แสดงให้เห็นว่าเสียงกรี๊ดในเรื่องไม่ใช่แค่เสียงร้องทั่วไป แต่เชื่อมโยงกับวิธีที่ตัวละครหญิงพยายามต่อรองกับกรอบทางวัฒนธรรมที่ล้อมรอบตัวเธอ
ในระดับหนึ่ง เรื่องราวของนางกรี๊ดยังถูกมองว่าเป็นนวนิยายที่ดำเนินไปบนเงื่อนไขว่า ชีวิตอาจไม่ง่ายนัก แต่ตัวละครฝ่าอุปสรรคไปได้ด้วยความดี เป็นแนวโน้มของเรื่องที่ร้านหนังสือมือสองใช้เป็นคำโปรยสั้น ๆ สะท้อนว่าผู้อ่านที่หยิบหนังสือเล่มนี้อาจได้ติดตามเส้นทางของหญิงสาวที่ต้องเผชิญความทุกข์ยากและค่อย ๆ หาทางผ่านมันไปด้วยคุณความดีของตนเอง การเสียดสีที่สอดแทรกอยู่ตลอดเรื่องทำให้เรื่องราวไม่ใช่แค่การเชิดชูความอดทนของผู้หญิง แต่ตั้งคำถามกับกรอบที่บีบรัดพวกเธอด้วย
นวนิยายเรื่องนี้จึงนับเป็นงานที่วางอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างการเป็นเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง กับการเป็นเสียงวิพากษ์สังคมไทยใน时代หนึ่ง ภาพของ «นางกรี๊ด» ในฐานะสัญลักษณ์ของเสียงที่สังคมพยายามปิดกั้น แต่กลับดังขึ้นและดังขึ้นจนกลายเป็นพื้นที่ของการมีตัวตน คือสิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ยังน่าอ่านในวันนี้
ถ้าคุณสนใจผู้หญิงที่ไม่ได้สงบเสงี่ยมตามที่สังคมคาดหวัง ลองเปิด «นางกรี๊ด» แล้วค่อย ๆ ตามดูว่าเสียงกรี๊ดของเธอจะพาเรื่องราวไปทางไหน เราอยากชวนให้คุณได้ลองฟังเสียงนั้นด้วยตัวเองว่า มันคือเสียงที่สังคมกลัว หรือเป็นเสียงที่สังคมกำลังรออยู่
















