รูปที่ 1 จาก 10
Textbook of Peritoneal Dialysis
ลดพิเศษ 20%-50%ภายใน 19 ชม. 33 นาที
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับการล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis) ซึ่งเป็นการบำบัดทดแทนการทำงานของไตโดยใช้เยื่อบุช่องท้องเป็นตัวกรอง เนื้อหาออกแบบมาสำหรับนักโรคไต แพทย์ประจำบ้าน พยาบาล เภสัชกร นักโภชนาการ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยวิกฤต และนักศึกษาแพทย์
ผู้เขียนเริ่มจากการอธิบายสรีรวิทยาของเยื่อบุช่องท้อง โดยเยื่อบุช่องท้องทำหน้าที่เป็นเยื่อกรองในการล้างไต ประกอบด้วยเนื้อเยื่อเมโสธีเลียมและเนื้อเยื่อคั่นกลางที่มีไมโครเวสเซลล์ โดยพื้นที่ผิวเมโสธีเลียมของผู้ใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 0.55 ตารางเมตร
ในส่วนของการขนส่งตัวถูกละลาย ปัจจัยหลักคือจำนวนเส้นเลือดฝอยที่รับเลือดไปเลี้ยง มากกว่าการไหลเวียนของเลือดในช่องท้อง ตัวถูกละลายขนาดเล็กอย่างยูเรีย ครีอะตินิน และกลูโคส เคลื่อนที่ผ่านรูพรุนขนาดเล็กซึ่งมีขนาดประมาณ 40 อังสตรอม และการไล่ระดับความเข้มข้นของตัวถูกละลายจะลดลงระหว่างช่วงกักเก็บ ผู้ป่วยอาจถูกจัดประเภทเป็นผู้ขนส่งเร็วหรือช้า โดยผู้ขนส่งเร็วจะมีการดูดซึมกลูโคสสูงและอัตราการกรองเกินต่ำ มีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำเกินเพิ่มขึ้น และการเสียชีวิตที่สูงขึ้นในผู้ป่วยกลุ่มนี้สัมพันธ์กับการรักษาด้วย CAPD และกลูโคส
สำหรับการขนส่งของเหลว การกำจัดของเหลวส่วนเกินออกจากร่างกายเป็นเป้าหมายสำคัญของการล้างไตทางช่องท้อง และได้รับอิทธิพลจากความดันอุทกสถิต ความดันออสโมติก และการระบายน้ำเหลือง กลไกการกรองเกินอาศัยกลูโคสสร้างการกรองเกินผ่าน aquaporin-1 ซึ่งให้การขนส่งน้ำแบบอิสระ คิดเป็นประมาณ 40% ของการกรองเกินทั้งหมด และทำให้เกิดการกรองโซเดียม ขณะที่ไอโคเดกซ์ทรินให้การกรองเกินอย่างต่อเนื่องผ่านรูพรุนขนาดเล็กโดยไม่มีการกรองโซเดียม
หนังสือยังกล่าวถึงภาวะแทรกซ้อนสำคัญ โดยภาวะการกรองเกินล้มเหลวถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญที่สุดของการล้างไตทางช่องท้องระยะยาว และมักนำไปสู่ภาวะน้ำเกิน การวินิจฉัยใช้กฎ 3×4 คือการกรองเกินสุทธิ kurangกว่า 400 มิลลิลิตร หลังช่วงกักเก็บ 4 ชั่วโมงด้วยกลูโคสความเข้มข้น 3.86% หรือ 4.25% โดยภาวะนี้ในระยะท้ายพบได้ในผู้ป่วยประมาณ 20% ที่ได้รับการรักษามากกว่า 2 ปี
นอกจากนี้ยังครอบคลุมข้อมูลพื้นฐานของการล้างไตทางช่องท้องซึ่งมีสองวิธีหลักคือ CAPD ที่ใช้แรงโน้มถ่วงโดยไม่ต้องใช้เครื่อง และ APD ที่ใช้เครื่องไซคลิ่ง รวมทั้งข้อควรระวัง ข้อห้าม และภาวะแทรกซ้อนอย่างเยื่อบุช่องท้องอักเสบ
หากคุณสนใจว่าการล้างไตทางช่องท้องทำงานอย่างไรในเชิงสรีรวิทยา หรืออยากทำความเข้าใจการจัดประเภทผู้ป่วยและภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้อง หนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้คุณค่อย ๆ ทำความเข้าใจเนื้อหาเหล่านี้ได้อย่างเป็นระบบ















