รูปที่ 1 จาก 8
แต่ปางก่อน
ลดพิเศษ 20%-50%ภายใน 1 วัน 10 ชม. 50 นาที
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
ถ้าคุณกำลังมองหานิยายไทยที่ชวนให้คิดถึงความผูกพันข้ามกาลเวลา "แต่ปางก่อน" ของแก้วเก้า คือหนึ่งในผลงานที่หลายคนจดจำและกล่าวถึงเสมอมา เรื่องราวเปิดฉากในปี พ.ศ. 2490 เมื่อราชาวดี ปชาธร ครูสาวที่เพิ่งเรียนจบจากคอนแวนต์ เข้ามาเป็นครูประจำที่โรงเรียนกุลนารีวิทยา ซึ่งตั้งอยู่ในวังเก่าแก่สมัยรัชกาลที่ 6 แห่งหนึ่ง แม้จะเป็นสถานที่ unfamiliar สำหรับเธอ แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยกับวังและอาคารริมน้ำอย่างประหลาด
ที่นี่เอง ราชาวดีได้พบกับดวงวิญญาณของหม่อมเจ้ารังสิธร หรือท่านชายใหญ่ อดีตเจ้าของวังและตำหนักริมน้ำที่สร้างขึ้นแบบบ้านในอังกฤษสมัยราชวงศ์ทิวดอร์ ท่านชายใหญ่พาเธอย้อนรำลึกถึงอดีตชาติ ที่เธอเคยเป็นเจ้านางม่านแก้ว เจ้าหญิงจากต่างแดนที่มาพำนักในวัง และเคยเป็นคนรักของท่าน
ในอดีตชาติ หม่อมพเยีย มารดาของท่านชายใหญ่ คัดค้านความสัมพันธ์นั้น และหมายจะให้บุตรหมั้นกับท่านหญิงวิไลเลขา ญาติผู้น้อง แต่คืนวันส่งตัวเข้าหอ กลับเกิดเหตุร้ายขึ้นเมื่อเจ้านางม่านแก้วถูกลอบวางยาพิษเสียชีวิตต่อหน้าท่านชายใหญ่ ความสูญเสียครั้งนั้นทำให้ท่านชายใหญ่ไม่ยอมรักใครอีก และยังคงยึดมั่นในความรักจนวิญญาณไม่ไปผุดไปเกิด
ในปัจจุบัน ราชาวดีต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับหม่อมราชวงศ์จิรายุส เจ้าของวังคนปัจจุบัน ผู้หลงรักเธอแม้อยู่ในสถานะหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สวรรยา ขณะเดียวกันเธอก็ต้องไปอาศัยอยู่ในวังของหม่อมเจ้าหญิงวิไลเลขา หญิงชราผู้ผูกพยาบาทเจ้านางน้อย และถูกทำร้ายจนถึงขั้นวางยาพิษ ลำดับเรื่องราวดำเนินสลับระหว่างปัจจุบันกับอดีต
นวนิยายเรื่องนี้วางอยู่บนแนวคิดเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด กฎแห่งกรรม และความรักที่ยึดมั่นข้ามภพชาติ โดยมีตัวละครที่เป็นวิญญาณอย่างท่านชายใหญ่เป็นผู้ที่ยังไม่ไปเกิดเพราะความรักที่ยังคงอยู่ งานศึกษาวิจัยจัดให้เรื่องนี้เป็นนวนิยายที่นำเสนอแนวคิดพุทธศาสนาเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ผ่านเรื่องราวความผูกพันที่ต้องกลับมาพบกันหลายภพหลายชาติ และยังมีปมคดีฆาตกรรมซ่อนเงื่อน ความลึกลับซับซ้อน และการกระจายความสำคัญให้ตัวละครหลายตัว
องค์ประกอบสำคัญที่ผูกเรื่องไว้ด้วยกัน ได้แก่ เรือนและตำหนักริมน้ำกับสระน้ำ เพลง "ลาวม่านแก้ว" ที่ท่านชายใหญ่แต่งให้เจ้านางม่านแก้ว และเพลง "แต่ปางก่อน" ตัวเรื่องเปิดที่ชาติที่สองในปี พ.ศ. 2490 และดำเนินไปสู่ชาติสุดท้ายที่คู่ของตัวละครสมหวังในรัก นวนิยายเรื่องนี้ถูกดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์หลายครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530, 2548 และ 2560 ซึ่งสะท้อนว่ามีผู้อ่านและผู้ชมติดตามเรื่องราวความรักข้ามภพนี้มาอย่างยาวนาน
ถ้าคุณสนใจเรื่องราวของความรักที่ต้องรอคอยข้ามภพชาติ และอยากติดตามว่าราชาวดีจะเลือกทางเดินของหัวใจอย่างไรระหว่างอดีตที่ตามหลอกหลอนกับปัจจุบันที่กำลังเผชิญ ลองเปิด "แต่ปางก่อน" แล้วค่อย ๆ ไปพร้อมกันดูนะคะ
















