รูปที่ 1 จาก 2
ชอบไหม
ตราไว้ในดวงจิต
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
ตราไว้ในดวงจิต เล่าถึงความผูกพันของเด็กสองคนที่เติบโตมาในสภาพชีวิตต่างกันราวฟ้ากับดิน ผักกาดเป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบกว่า อยู่ในครอบครัวชนชั้นกลางที่พร้อมด้วยพ่อแม่ เธอได้เรียนเปียโนและเรียนวาดรูป ส่วนข้าวฟ่างเป็นเด็กชายที่เกิดในครอบครัวยากจน พ่อติดเหล้าและการพนัน แม่ต้องทำงานโรงงานจนไม่มีเวลาเลี้ยงดู เขาจึงถูกฝากไว้กับแม่จิต แม่ค้าขายขนมในละแวกบ้านผักกาดตั้งแต่ยังเล็ก และเมื่อแม่มีน้องสาวคนใหม่ให้ดูแล ข้าวฟ่างก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนเกินของครอบครัว
เมื่อได้รู้จักผักกาด ข้าวฟ่างจึงได้พบกับสิ่งที่เขาไม่เคยมี ทั้งเพื่อนเล่น นิทานที่ได้ฟังก่อนนอน อาหารอร่อย ๆ และของเล่น ความอบอุ่นเล็ก ๆ เหล่านี้เองที่คอยพยุง他的心ไว้ ขณะที่ผักกาดเองก็ได้รับการอบรมจากแม่ให้รู้จักการเป็นผู้ให้ เธอจึงตั้งใจมอบพระสมเด็จที่ได้รับจากคุณยายให้ข้าวฟ่างไว้คุ้มตัว พร้อมกำชับให้รักษาไว้ให้ดี และข้าวฟ่างก็รับปากว่าจะห้อยติดตัวไปจนโต
แต่แล้วครอบครัวของผักกาดก็ย้ายไปอยู่เชียงใหม่ ทั้งสองจึงห่างเหินกันไปกว่าสิบปี ผักกาดเติบโตขึ้นท่ามกลางเพื่อนและสังคมที่เปลี่ยนไป เธอไม่เคยลืมข้าวฟ่าง แต่ความผูกพันนั้นไม่ได้ลึกซึ้งเท่ากับที่ข้าวฟ่างมีต่อเธอ เพราะผักกาดเป็นเหมือนโลกทั้งใบที่ยังคงอยู่ในความทรงจำดี ๆ ตลอดชีวิตของเขา จนเมื่อทั้งคู่โคจรกลับมาเจอกันอีกครั้ง ความรู้สึกนั้นก็ยังฝังลึกประหนึ่งตราไว้ในดวงจิต
เรื่องราวของโบตั๋นเรื่องนี้ยังสะท้อนประเด็นครอบครัวและเด็ก ทั้งความรุนแรงในครอบครัว ความด้อยโอกาสทางการศึกษา และการขาดความรู้เรื่องการคุมกำเนิด ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ยังพบเห็นได้ในสังคมไทยมาจนทุกวันนี้ ถ้าคุณสนใจอยากติดตามว่าความผูกพันระหว่างผักกาดกับข้าวฟ่างจะดำเนินต่อไปอย่างไร และครอบครัวสองชนชั้นจะหล่อหลอมชีวิตของเด็กทั้งสองไว้อย่างไร ลองเปิดหนังสือเล่มนี้ดูสิคะ





















