หนังสือที่ซื้อไว้ อาจเป็นชีวิตแบบที่เราอยากมี

มองชั้นหนังสือผ่านจิตวิทยาของตัวตนและความหวัง เชื่อมหนังสือ 20 งานหลากแนว พร้อมชวนเลือกความสนใจหนึ่งอย่างมาลองใช้ชีวิตจริง โดยไม่กดดันว่าต้องอ่านให้ทันทุกเล่ม

GetBookieGetBookie18/10/2569 13:20 · อ่าน 0 ครั้ง
หนังสือที่ซื้อไว้ อาจเป็นชีวิตแบบที่เราอยากมี

บนชั้นเดียวกันอาจมีทั้งหนังสือฝึกนิสัย บันทึกเดินทาง คู่มือถ่ายภาพ และนิยายที่ตั้งใจว่าจะอ่านในวันหยุด ดูเผินๆ เหมือนเจ้าของชั้นมีเวลาว่างหลายชีวิต ทั้งที่ความจริง บางวันแค่จัดการงานกับมื้อเย็นก็เกือบหมดแรงแล้ว

แต่ก่อนจะนับว่าอ่านค้างอยู่กี่เล่ม ลองสังเกตอีกอย่างก็ได้ว่า ตอนหยิบหนังสือแต่ละเล่ม เรากำลังนึกถึงตัวเองแบบไหน คนที่มีวินัยขึ้น คนที่กล้าออกเดินทาง คนที่มองเห็นความงามระหว่างทาง หรือคนที่มีเวลาอยู่เงียบๆ กับเรื่องเล่าสักเรื่อง

หนังสือที่ซื้อไว้อาจเก็บความหวังเหล่านั้นอยู่ด้วย หัวข้อ “หนังสือที่ซื้อไว้ อาจเป็นชีวิตแบบที่เราอยากมี” จึงเป็นคำชวนสำรวจความสนใจของเรา ไม่จำเป็นต้องตีความหนังสือทุกเล่มเป็นความฝัน บางเล่มซื้อเพื่อใช้งาน ให้คนอื่น เก็บฉบับที่ชอบ หรือเพียงเพราะอยากรู้ว่าเรื่องนี้จะสนุกไหม เหตุผลหลายอย่างอยู่ร่วมกันได้บนชั้นเดียว

หนังสือหนึ่งเล่ม กับตัวเราที่อาจเป็นไปได้

ในปี 1986 นักจิตวิทยา เฮเซล มาร์คัส และพอลา นูเรียส เสนอแนวคิด possible selves ว่าด้วยภาพของตัวเราที่อาจเป็นได้ ทั้งแบบที่อยากเป็นและแบบที่กลัวจะเป็น ภาพเหล่านี้สัมพันธ์กับความหวัง เป้าหมาย และแรงจูงใจของคนเรา

เมื่อนำแนวคิดนี้มาลองมองชั้นหนังสือ เราอาจพบว่าบางเล่มทำให้อนาคตซึ่งยังเลือนรางมีรูปร่างขึ้นมา หนังสือถ่ายภาพทำให้นึกถึงเช้าวันหยุดที่ได้ถือกล้องออกไปเดิน หนังสือจัดบ้านทำให้นึกถึงห้องที่กลับมาแล้วรู้สึกสบายใจ การเชื่อมกับการซื้อหนังสือตรงนี้เป็นการตีความชวนคิดของบทความ ไม่ใช่ผลการทดลองที่พิสูจน์แรงจูงใจของนักซื้อหนังสือทุกคน

งาน Possessions and the Extended Self ของ รัสเซลล์ เบลก ในปี 1988 ก็เสนอว่า สิ่งของที่เราครอบครองมีส่วนร่วมสร้างและสะท้อนอัตลักษณ์ ด้วยมุมมองนี้ หนังสือจึงอาจมีความหมายมากกว่าการเป็นข้อมูลที่รออ่าน มันอาจเกี่ยวกับความทรงจำ ความชอบ และคำตอบว่าอะไรสำคัญสำหรับเจ้าของ

อย่างไรก็ตาม สันหนังสือเพียงแถวเดียวบอกชีวิตใครได้ไม่ทั้งหมด คนมีหนังสือธุรกิจอาจอ่านเพราะหน้าที่ คนมีนิยายรักอาจสนใจกลวิธีเล่าเรื่อง การถามเจ้าของชั้นว่าเขาหยิบเล่มนั้นเพราะอะไร จึงน่าสนใจกว่าการเดาบุคลิกจากหมวดหนังสือทันที

ภาพวาดชั้นหนังสือกับภาพจินตนาการของตัวตนที่อยากเป็น

ตัวเราที่อยากจัดการชีวิตได้ดีขึ้น

ความหวังแบบหนึ่งที่เห็นได้ง่ายคือ “ฉันอยากดูแลวันของตัวเองได้ดีกว่านี้” หนังสือพัฒนาตัวเองจึงอาจดึงดูดเราในช่วงที่รู้สึกว่ามีหลายอย่างอยากทำ แต่ทุกอย่างยังไม่ลงตัว

เพราะชีวิตดีได้กว่าที่เป็น Atomic Habits ของ เจมส์ เคลียร์ เชื่อมเรื่องนิสัยกับอัตลักษณ์และการกระทำเล็กๆ ที่ทำซ้ำ เหมาะกับคนอยากขยับจากภาพว่าเป็นคนชอบอ่าน ไปสู่การหาจังหวะอ่านที่เกิดขึ้นจริง การซื้อหนังสือเป็นจุดหนึ่งของเรื่อง ส่วนการเปิดอ่านวันละนิดเป็นอีกประสบการณ์ที่ต้องมีเวลาและสภาพแวดล้อมรองรับ

เพราะชีวิตดีได้กว่าที่เป็น Atomic Habits - James Clear

Mindset ใช้ความคิดเอาชนะโชคชะตา ของ แครอล เอส. ดเว็ค ให้มุมเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับความสามารถและการพัฒนา หากเราอยากเรียนรู้อะไรใหม่แต่รีบตัดสินว่า “คงไม่ใช่คนแบบนั้น” หนังสือเล่มนี้เป็นทางอ่านต่อที่น่าสำรวจ โดยไม่ต้องสรุปว่าการมีกรอบความคิดแบบใดจะรับประกันความสำเร็จได้ทุกสถานการณ์

ส่วน The Psychology of Money: จิตวิทยาว่าด้วยเงิน ของ มอร์แกน เฮาเซล มองเรื่องเงินผ่านพฤติกรรม ประสบการณ์ และวิธีคิด สำหรับบางคน ภาพชีวิตที่อยากมีอาจหมายถึงความมั่นคงหรืออิสระในการใช้เวลา มากกว่าภาพความร่ำรวยที่คนอื่นเห็น การอ่านเพื่อทำความเข้าใจเหตุผลของตัวเองจึงเป็นเป้าหมายที่ต่างจากการตามหาสูตรสำเร็จทางการเงิน

หนังสือสามเล่มนี้ชวนตั้งคำถามร่วมกันว่า เราอยากเปลี่ยนสิ่งใดในชีวิตให้ชัดเจนขึ้น การบอกเพียงว่า “อยากเป็นคนที่ดีกว่าเดิม” อาจกว้างจนไม่รู้จะเริ่มตรงไหน แต่การรู้ว่าอยากมีสมาธิอ่านก่อนนอน หรืออยากเข้าใจพฤติกรรมใช้เงินของตัวเอง จะช่วยให้เลือกเรื่องที่จะอ่านต่อได้ตรงขึ้น

ตัวเราที่อยากสร้างอะไรสักอย่างด้วยมือของตัวเอง

บางคนไม่ได้อยากเพิ่มประสิทธิภาพให้ทุกชั่วโมง แต่อยากมีพื้นที่ทำสิ่งที่ไม่ต้องเก่งตั้งแต่ครั้งแรก อยากวาดรูป เขียนอะไรสั้นๆ หรือถ่ายภาพธรรมดาให้สื่อความรู้สึกได้มากขึ้น หนังสือบนชั้นอาจเป็นร่องรอยของความสนใจที่ยังไม่มีโอกาสได้ทดลอง

ขโมยให้ได้อย่างศิลปิน ของ ออสติน คลีออน ชวนมองความคิดสร้างสรรค์ผ่านการเรียนรู้จากอิทธิพลและแรงบันดาลใจ แล้วนำมาสร้างงานในทางของตนเอง เหมาะกับคนที่รอให้มีความคิดใหม่หมดจดก่อนจึงจะยอมเริ่มทำอะไรสักอย่าง ชื่อหนังสือมีลูกเล่น แต่การเรียนรู้จากงานคนอื่นยังต้องเคารพเจ้าของผลงานค่ะ

ขโมยให้ได้อย่างศิลปิน - Austin Kleon

หากอยากลองเล่าเรื่องด้วยภาพ Composition การจัดองค์ประกอบสำหรับการถ่ายภาพ พาไปสำรวจองค์ประกอบทางภาพและการจัดวางสิ่งต่างๆ ในกรอบ ภาพที่เราชอบอาจทำให้อยากมองโลกละเอียดขึ้น แล้วการทดลองง่ายๆ อย่างถ่ายต้นไม้ต้นเดิมจากคนละมุมก็ช่วยให้ได้สัมผัสความสนใจนั้นด้วยตัวเอง โดยยังไม่ต้องตั้งเป้าว่าจะเป็นช่างภาพมืออาชีพ

อีกประตูหนึ่งคือ ศิลปะการอ่านหนังสือ ของ ดร.ครรชิต มาลัยวงศ์ ซึ่งมีหัวข้อทั้งอ่านอะไร อ่านอย่างไร และการอ่านอย่างวิเคราะห์ เหมาะกับคนที่อยากกลับมาพิจารณาวิธีอ่านของตนเอง หนังสือเกี่ยวกับการอ่านอาจทำให้เราเห็นว่า “นักอ่าน” มีความสนใจและวิธีเข้าหาหนังสือได้หลายแบบ ไม่จำเป็นต้องวัดกันที่จำนวนเล่มอย่างเดียว

ศิลปะการอ่านหนังสือ

ตัวเราที่อยากออกไปพบโลกกว้าง

บันทึกเดินทางมีแรงดึงดูดเฉพาะตัว เพราะเราได้ตามคนคนหนึ่งไปพบสถานที่และผู้คนที่ไม่คุ้นเคย โดยยังนั่งอยู่ในห้องเดิม ความสนใจนี้อาจเกี่ยวกับความอยากเดินทางจริง หรือความอยากเห็นสิ่งคุ้นตาผ่านสายตาที่สดใหม่ขึ้นก็ได้

โตเกียวไม่มีขา ของ นิ้วกลม พาไปกับการเดินทางในโตเกียวผ่านมุมมองและอารมณ์ขันของผู้เขียน เหมาะกับคนที่สนใจทั้งเมืองและวิธีพบผู้คนระหว่างทาง ขณะที่ เนปาลประมาณสะดือ ของผู้เขียนคนเดียวกัน เปลี่ยนภูมิประเทศไปสู่เนปาลและการเดินทางที่มีมิตรภาพร่วมอยู่ด้วย สองเล่มนี้เป็นบันทึกประสบการณ์ จึงเหมาะกับการอ่านเอาเรื่องราวและมุมมอง ส่วนข้อมูลวางแผนเที่ยวในปัจจุบันต้องตรวจใหม่

โตเกียวไม่มีขา

คนที่อยากเปิดโลกอาจไม่ได้อยากออกจากบ้านเสมอไป Sapiens: A Brief History of Humankind ของ ยูวัล โนอาห์ แฮรารี ซึ่งฉบับที่เชื่อมไว้เป็นภาษาอังกฤษ พาไปสำรวจประวัติศาสตร์มนุษย์ในภาพกว้าง และชวนตั้งคำถามต่อสิ่งที่สังคมถือเป็นเรื่องปกติ การมีหนังสือแบบนี้บนชั้นอาจสะท้อนความอยากเข้าใจโลก ส่วนจะเห็นด้วยกับข้อเสนอใดของผู้เขียน เป็นสิ่งที่ค่อยๆ พิจารณาระหว่างอ่านได้

ภาพวาดคนจัดพื้นที่บนโต๊ะให้หนังสือหนึ่งเล่มในยามค่ำ

ตัวเราที่อยากมีชีวิตช้าลง อาจอยู่ข้างเล่มที่สอนให้ทำได้มากขึ้น

ชั้นหนังสือบางชั้นดูเหมือนมีความต้องการสองด้านอยู่พร้อมกัน ด้านหนึ่งอยากจัดการทุกอย่างให้ดี อีกด้านอยากมีช่วงเวลาที่ไม่ต้องจัดการอะไรเลย ความสนใจที่ต่างกันนี้อาจบอกว่าเราต้องการหลายอย่างในชีวิต และกำลังหาสัดส่วนที่เหมาะกับตัวเอง

ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว ของ คนโด มาริเอะ ให้มุมเรื่องการคัดเลือกและจัดของที่เราอยากเก็บไว้ เมื่อกลับมามองหนังสือ ประเด็นที่น่าคิดต่อคือ เล่มไหนยังมีความหมายกับความสนใจปัจจุบัน เล่มไหนเป็นความทรงจำที่อยากรักษา และเล่มไหนอาจส่งต่อได้แล้ว การใช้คำถามเหล่านี้กับชั้นหนังสือเป็นทางเลือกของเจ้าของชั้น ไม่ใช่กฎว่าทุกคนต้องมีของให้น้อยที่สุด

ชีวิตดีขึ้นทุกๆด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว - คนโด มาริเอะ

The Little Book of Hygge ฮุกกะ ปรัชญาความสุขฉบับเดนมาร์ก ของ ไมก์ วิกิง ชวนสนใจความอบอุ่น สบายใจ และการอยู่ร่วมกับคนใกล้ชิด ส่วน The Little Book of Ikigai ของ เคน โมงิ ซึ่งเป็นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ความสำคัญกับการเริ่มเล็กๆ และความสุขในเรื่องเล็ก ทั้งสองเล่มเปิดพื้นที่ให้นึกถึงชีวิตประจำวันที่เราอยากอยู่ด้วย โดยไม่ต้องเปลี่ยนบ้านทั้งหลังหรือมีเป้าหมายยิ่งใหญ่เสมอไป

และเมื่ออยากอ่านประเด็นเวลาในรูปนิยาย โมโม่ Momo ของ มิฆาเอ็ล เอ็นเด้ พาไปพบเด็กหญิงกับเหล่าบุรุษสีเทาผู้ชักชวนให้คนประหยัดเวลา เรื่องเหนือจริงนี้ชวนถามว่า เวลาที่เราพยายามประหยัดกำลังพาไปสู่ชีวิตแบบใด เหมาะสำหรับอ่านเคียงกับหนังสือพัฒนาตัวเอง เพื่อเปิดบทสนทนาเรื่องสิ่งที่อยากทำให้มากขึ้น และสิ่งที่อยากมีเวลาอยู่กับมันนานขึ้น

โมโม่ Momo - มิฆาเอ็ล เอ็ลเด้, ชินนรงค์ เนียวกุล

บางเล่มพาเรากลับไปหาความรู้สึกที่คิดถึง

ความปรารถนาบนชั้นหนังสือไม่ได้ชี้ไปยังอนาคตทั้งหมด บางเล่มชวนกลับไปหาความอยากรู้อยากเห็น ความอบอุ่น หรือจินตนาการที่เคยให้พื้นที่กับมันมากกว่านี้

เจ้าชายน้อย ของ อองตวน เดอ แซงเตกซูเปรี ใช้การเดินทางและการพบผู้คนชวนมองความสัมพันธ์กับสายตาของผู้ใหญ่ ขณะที่ ความสุขของกะทิ ของ งามพรรณ เวชชาชีวะ วางความรักและความผูกพันในชีวิตเด็กหญิงไว้ใกล้กับความเศร้า สองเรื่องนี้เหมาะกับคนอยากอยู่กับคำถามเรื่องความรู้สึก โดยไม่ต้องรีบแปลงทุกหน้าที่อ่านเป็นบทเรียนเพื่อพัฒนาตัวเอง

สำหรับคนชอบจินตนาการของตัวละคร Anne of Green Gables ของ แอล. เอ็ม. มอนต์โกเมอรี พาไปรู้จักแอนน์กับการเริ่มมีที่ทางของตนเอง ส่วน Anne of Avonlea ติดตามช่วงที่เธอก้าวไปเป็นครูและรับผิดชอบต่อผู้คนมากขึ้น การเติบโตของแอนน์เปิดให้เห็นทั้งพลังของจินตนาการและการอยู่กับชีวิตจริง สินค้าที่เชื่อมไว้รวมสองเรื่องในเล่มภาษาอังกฤษเดียวกันค่ะ

อีกเล่มที่เชื่อมความฝันกับผู้คนคือ The Last Lecture เดอะลาสต์เลกเชอร์ ของ แรนดี เพาช์ และเจฟฟรีย์ ซาสโลว์ หนังสือจากเรื่องราวชีวิตและปาฐกถาของเพาช์เกี่ยวกับความฝันในวัยเด็กและสิ่งที่อยากส่งต่อให้ลูก เหมาะกับการอ่านเพื่อทบทวนว่าส่วนไหนของความฝันยังสำคัญสำหรับเรา และมีใครร่วมอยู่ในภาพชีวิตที่อยากมีนั้นบ้าง

ภาพวาดการทดลองถ่ายภาพดอกไม้จากความสนใจในหนังสือ

ให้หนังสือหนึ่งเล่มมีที่ทางในชีวิตจริง

การมองหนังสือเป็นความหวังอาจช่วยให้เราเข้าใจความอยากซื้อ แต่ไม่ได้ทำให้เวลา พื้นที่ และเงินเพิ่มตามไปด้วย หนังสือที่ยังไม่อ่านอาจมีคุณค่าทางใจ ขณะเดียวกันเราก็เลือกพักการซื้อ หรือยอมรับว่าบางความสนใจเปลี่ยนไปแล้วได้ โดยไม่จำเป็นต้องตำหนิตัวเอง

Designing Your Life: คู่มือออกแบบชีวิตด้วย Design Thinking ของ บิลล์ เบอร์เน็ตต์ และเดฟ อีแวนส์ เสนอการนำแนวคิดงานออกแบบมาสำรวจชีวิตและทดลองทางเลือก แทนที่จะถามกว้างๆ ว่าชั้นนี้ทำให้เราเป็นคนแบบไหน ลองเลือกความสนใจเพียงเรื่องเดียวมาหาประสบการณ์เล็กๆ รองรับ เช่น เปิดอ่านบทเรื่องการจัดองค์ประกอบ แล้วออกไปถ่ายภาพหนึ่งภาพ ตัวอย่างนี้เป็นการประยุกต์ของบทความ ไม่ใช่แบบฝึกหัดที่ยกตรงจากหนังสือ

Designing Your Life : คู่มือออกแบบชีวิตด้วย Design Thinking - Bill Burnett, Dave Evans

คนที่ชอบเขียนคำตอบลงบนกระดาษอาจสนใจ 7 อุปนิสัยของผู้มีประสิทธิผลสูง (ชุดคู่มือและแบบฝึกหัด Signature Program) ที่นำแนวคิดของ สตีเฟน อาร์. โควีย์ มาเป็นหัวข้อฝึกทำ รายการนี้เป็นชุดคู่มือกับแบบฝึกหัดตามภาพสินค้า ไม่ใช่หนังสือเนื้อหาฉบับปกติ จึงเหมาะกับการพิจารณาว่ารูปแบบการเรียนรู้แบบใดเข้ากับตัวเรา ก่อนเลือกมาใช้

ถ้าอยากเริ่มจากหนังสือที่มีอยู่แล้ว ลองหยิบมาสามเล่ม แล้วถามทีละเล่มว่า ตอนซื้อ ฉันหวังอะไรจากเล่มนี้? วันนี้ยังสนใจสิ่งนั้นอยู่ไหม? และมีส่วนไหนที่อยากลองอ่านหรือทำจริงในสัปดาห์นี้? จะเริ่มจากสองหน้า หนึ่งบท หรือแค่เปิดสารบัญเพื่อเลือกเรื่องที่สงสัยก็ได้

คำตอบอาจทำให้เราพบว่าบางเล่มยังใช่ บางเล่มต้องรอ และบางเล่มทำหน้าที่เป็นความทรงจำไปแล้ว ความสนใจไม่จำเป็นต้องคงเดิมตลอดไป และการเป็นคนรักหนังสือก็มีพื้นที่ให้ทั้งอ่าน เก็บ หยุดพัก และส่งต่อ

ครั้งต่อไปที่ยืนหน้าชั้น ลองมองเล่มที่ยังไม่อ่านด้วยความอยากรู้สักนิดว่า มันกำลังชวนเราไปเป็นใคร และวันนี้เรายังอยากเดินไปทำความรู้จักคนคนนั้นอยู่ไหม

สินค้าที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

จิตวิทยาทั่วไป

ดูทั้งหมด

Self-Enrichment

ดูทั้งหมด

Literature and Fiction

ดูทั้งหมด

อ่านต่อเรื่องอื่น

ดูบทความทั้งหมด
ถ้ามีโอกาสใช้ชีวิตอีกแบบ เราจะเลือกเหมือนเดิมไหม?
18/10/2569 12:48 · อ่าน 0 ครั้ง

ถ้ามีโอกาสใช้ชีวิตอีกแบบ เราจะเลือกเหมือนเดิมไหม?

ชวนสำรวจชีวิตที่ไม่ได้เลือกผ่านหนังสือ 20 เรื่อง ว่าด้วยความเสียดาย โอกาสครั้งที่สอง ความผูกพัน และสิ่งเล็กๆ ที่เราอาจเริ่มเลือกใหม่ได้ในวันนี้ โดยไม่สปอยล์ตอนจบ

ถ้าวันหนึ่งสัตว์พูดได้ มันจะเล่าอะไรเกี่ยวกับมนุษย์?
18/10/2569 12:28 · อ่าน 4 ครั้ง

ถ้าวันหนึ่งสัตว์พูดได้ มันจะเล่าอะไรเกี่ยวกับมนุษย์?

ลองมองมนุษย์ผ่านสายตาสัตว์ ตั้งแต่เพื่อนในบ้าน ม้าที่ทำงานให้เรา ไปจนถึงชีวิตในป่า พร้อมหนังสือ 20 เรื่องที่ชวนฟังความผูกพัน ความกลัว และโลกอีกด้าน โดยไม่เฉลยบทสรุปสำคัญ

ตัวร้ายที่เราเผลอเอาใจช่วย: นักเขียนทำให้เรารักคนที่ไม่ควรรักได้อย่างไร?
18/10/2569 11:52 · อ่าน 4 ครั้ง

ตัวร้ายที่เราเผลอเอาใจช่วย: นักเขียนทำให้เรารักคนที่ไม่ควรรักได้อย่างไร?

ทำไมเราถึงลุ้นให้คนที่ทำผิดรอดพ้นจากการถูกจับ? ชวนแกะมุมเล่า ไหวพริบ เสน่ห์ และบาดแผลที่ทำให้ตัวละครด้านมืดน่าติดตาม พร้อมเส้นทางอ่าน 20 เรื่อง โดยไม่เฉลยปมสำคัญ

โรงงานช็อกโกแลตมหัศจรรย์: โลกแสนหวานที่ซ่อนคำถามเรื่องความอยาก
17/10/2569 23:19 · อ่าน 5 ครั้ง

โรงงานช็อกโกแลตมหัศจรรย์: โลกแสนหวานที่ซ่อนคำถามเรื่องความอยาก

ชวนเปิดโรงงานของวิลลี่ วองก้า ผ่านจินตนาการ อารมณ์ขัน และนิสัยของตัวละคร พร้อมหนังสืออ่านต่อจากโลกของโรอัลด์ ดาห์ลสู่แฟนตาซีและเรื่องราวการเติบโต โดยเก็บบทสรุปสำคัญไว้ให้ค้นพบในเล่ม

ตั้งค่าคุกกี้

ดูรายละเอียดของแต่ละประเภทได้ที่ นโยบายคุกกี้