
ลด 50% เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ
รูปที่ 1 จาก 2
ตำรามรณะ The Rule of Four
ลด 50% เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการภายใน 1 วัน 4 ชม. 9 นาที
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
ตำรามรณะ The Rule of Four พานักอ่านไปรู้จักเด็กหนุ่มสองคนที่ปล่อยตัวเองให้เข้าไปพัวพันกับปริศนาดำมืดของหนังสือโบราณ “ฮิปเนโรโทมาชเชีย โพลิฟีลี” ความอยากรู้อยากเห็นที่ถูกกระตุ้นจากตำราเล่มนี้ค่อย ๆ ดึงทั้งคู่ให้ถลำลึกเข้าไปในวังวนของปริศนาที่มีอายุยาวนานกว่าห้าร้อยปี เช่นเดียวกับที่เหล่านักปราชญ์และนักวิชาการในอดีตเคยเผชิญมาก่อน จนในที่สุดก็ยากเกินกว่าจะถอนตัวออกมาได้
เบื้องหลังของเรื่องราวคือหนังสือที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่ปรากฏแน่ชัดว่าใครเป็นผู้แต่ง และยังคงเป็นที่ถกเถียงกันจนถึงทุกวันนี้ว่าแต่งขึ้นเพื่อจุดประสงค์ใด ที่มาของตำราเล่มนี้สืบย้อนไปได้ถึงช่วงยุคเรอเนสซองส์ ยุคที่ภูมิปัญญา ศิลปะ และวิทยาการของมนุษย์เจริญถึงขีดสุด ทว่าหลังฉากของความเฟื่องฟูนั้นกลับมีเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวขับเคลื่อนอยู่อย่างเงียบ ๆ
เรื่องราวดำเนินอยู่ในบรรยากาศของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ทั้งอุโมงค์ใต้ดิน ทางลัด และงานรื่นเริงที่จบลงด้วยการฆาตกรรม เล่าการไขปริศนาโบราณสลับกับเรื่องราวความรักและมิตรภาพของกลุ่มตัวละคร บทบรรยายแฝงแง่คิดและคำคมไว้ตลอดเรื่อง ตัวเอกมักหวนนึกถึงคำสอนที่เคยได้ยินแล้วนำมาประยุกต์กับเหตุการณ์ตรงหน้า ขณะที่การสลับฉากระหว่างอดีตและปัจจุบันทำให้ผู้อ่านต้องคอยตั้งใจติดตามลำดับเหตุการณ์ไปพร้อมกัน
บนทางแยกระหว่างสัญญาของอนาคตและการลวงล่อของอดีต มีเพียงมิตรภาพและความรักเท่านั้นที่จะนำทางพวกเขาไปสู่แสงสว่าง ท่ามกลางการทรยศฉ้อฉลและความรักที่ใกล้แตกหัก นี่คือการเดิมพันชีวิตของคนทั้งคู่ หากคุณชื่นชอบนิยายไขปริศนาที่อิงกับหนังสือซึ่งมีอยู่จริง และอยากลองนั่งคิดตามรูปภาพโบราณไปพร้อมกับตัวละคร ลองเปิดตำราเล่มนี้ดูสักครั้ง แล้วค่อย ๆ ติดตามว่าพวกเขาจะเลือกทางไหนเมื่ออดีตกับอนาคตดึงกันคนละทาง


















