รูปที่ 1 จาก 2
หยดเลือดจารึกและแท่นพิมพ์
ลดพิเศษ 20%-50%ภายใน 1 วัน 1 ชม. 59 นาที
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
หยดเลือด จารึก และแท่นพิมพ์ เป็นงานเขียนของทวีศักดิ์ เผือกสม ที่ชวนผู้อ่านย้อนกลับไปสำรวจประวัติศาสตร์ความคิดของชนชั้นนำสยามในยุคต้นรัตนโกสินทร์ ผ่านสัญญะสำคัญสามประการซึ่งกลายเป็นชื่อของหนังสือเล่มนี้ ได้แก่ หยดเลือด จารึก และแท่นพิมพ์ เนื้อหาพัฒนามาจากวิทยานิพนธ์ระดับมหาบัณฑิตที่ปรับปรุงใหม่ และใช้วิธีวิทยาแบบวงศาวิทยาของมิเชล ฟูโกต์ เพื่อมองประวัติศาสตร์ความคิดในลักษณะความไม่ต่อเนื่อง มากกว่าจะเป็นเส้นตรงที่ค่อย ๆ ก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ
หนังสือเปิดด้วยปัญหาการแบ่งยุคระหว่างสยามเก่ากับสยามใหม่ และข้อถกเถียงเรื่องจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าสนธิสัญญาเบาว์ริง พ.ศ. 2398 เป็นจุดหักเหจริงหรือไม่ ก่อนจะเทียบเคียงกับข้อเสนอของนักคิดหลายสำนัก ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก จากนั้นจึงค่อย ๆ คลี่ให้เห็นว่าชนชั้นนำสยามปรับตัวทางความรู้ ความจริง และอำนาจอย่างไรในแต่ละช่วงเวลา
หนึ่งในเส้นทางที่หนังสือสำรวจคือการตีความพุทธศาสนาในจารีตชนชั้นนำต้นรัตนโกสินทร์ ทั้งเรื่องกายกับจิต และโลกย์กับธรรม ผ่านไตรโลกวินิจฉยกถาของพระยาธรรมปรีชาในสมัยรัชกาลที่ 1 รวมถึงการค้นหาความจริงในกฎหมายตราสามดวง ซึ่งมีภาพของตระลาการที่ถูกเปรียบเทียบกับการพรานล่าเนื้อ และมีหยดเลือดเป็นสัญลักษณ์เชื่อมโยง
อีกช่วงหนึ่งที่หนังสือให้ความสำคัญคือจารึกวัดพระเชตุพน ซึ่งถูกอ่านในฐานะภาพตัวแทนของความรู้ในสมัยรัชกาลที่ 3 ทั้งการเลือกเก็บและแช่แข็งความรู้ทางโลกย์ ตลอดจนการเขียนเรื่องคนอื่นผ่านโคลงภาพคนต่างภาษา อันสะท้อนวิธีที่ชนชั้นนำมองตนเองและมองผู้อื่น
เนื้อหายังตามรอยการนำเข้าแท่นพิมพ์โดยมิชชันนารี และแสดงให้เห็นว่าชนชั้นนำรัชกาลที่ 4 จัดการความรู้ตะวันตกให้เป็นเพียงความรู้ทางโลกย์ที่ต่ำกว่าความรู้ทางธรรมได้อย่างไร โดยพิจารณาผ่านหนังสือจดหมายเหตุ The Bangkok Recorder และหนังสือแสดงกิจจานุกิตย์ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์
ช่วงท้ายของเล่มพูดถึงมาตรฐานศิวิไลยเชตแลแอนไล้ตแรตนาแฉน หรือ Civilized and Enlightened Nation ที่เชื่อมโยงกับการเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 และปิดท้ายด้วยการอ้างอิงถึงบทดอกสร้อยรำพึงในความมืด พร้อมข้อสังเกตต่อกรอบประวัติศาสตร์แบบราชาชาตินิยม
โครงเรื่องทั้งหมดนี้ร้อยเรียงผ่านเจ็ดบท และตั้งอยู่บนแก่นสำคัญว่า ชนชั้นนำสยามใช้ความเป็นสมัยใหม่ของตะวันตกที่ตนรับเข้ามา เป็นเงื่อนไขจัดวางให้ตะวันตกอยู่ในสถานะล้าหลังกว่าในทางจิตวิญญาณ จนความเป็นไทยหรือตะวันออกดูจะอยู่เหนือกว่า ร่องรอยของการปะทะทางความคิดนี้ปรากฏชัดเมื่อมิชชันนารีกลับมาเผยแผ่คริสต์ศาสนา พร้อมเครื่องมืออย่างแท่นพิมพ์ หนังสือพิมพ์ และตัวพิมพ์อักษรไทย
ถ้าคุณสนใจว่าคนไทยในอดีตคิดเรื่องความรู้ ความจริง และอำนาจอย่างไร และอยากลองตามดูว่าหยดเลือด จารึก และแท่นพิมพ์ เชื่อมโยงเรื่องราวเหล่านี้เข้าด้วยกันได้อย่างไร เล่มนี้อาจเป็นบทสนทนาทางประวัติศาสตร์ที่ชวนให้คุณค่อย ๆ คิดตามไปพร้อมกัน






![หนังสือ ตาลีบัน ฆาตกรทำลาย 'พระพุทธเจ้า' [หิน]](https://cdn.getbookie.com/product/image/2026/08/07/245x245/1786116819555_5bf55119-c73c-59c6-a0a2-2939b76dcfb1.webp)











