ลดพิเศษ 20%-50%
รูปที่ 1 จาก 12
พระจันทร์เหนือแม่น้ำรันตี
ลดพิเศษ 20%-50%ภายใน 10 วัน 17 ชม. 12 นาที
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
นวนิยายไทยที่สานต่อเรื่องราวจาก "แสงเพลิงที่เกริงทอ" ในภาคที่ ๒ นี้ ผู้เขียนพาผู้อ่านกลับไปยังผืนป่าลึกและสายน้ำที่แวดล้อมไปด้วยตำนานเก่าแก่ โดยเหตุการณ์เริ่มขึ้นในอีกราว ๕๐ ปีให้หลัง เมื่อสิมาและกลุ่มเพื่อนเดินทางมาตั้งแคมป์ริมแม่น้ำรันตีในเขตทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เสียงร่ำไห้ของผู้หญิงที่ลอยมาจากปลายคุ้งน้ำปลุกความเชื่อของชาวบ้านเรื่องวิญญาณของคารายูกิซัง โสเภณีญี่ปุ่นที่ถูกสังหารในย่านนั้น แต่สิมากลับพบว่าต้นเสียงที่แท้จริงคือสุมาล์หรือรันตี หลานสาวของบาอู ชาวมอญน้องชายของบาอ่อง หัวหน้าหมู่บ้านเกริงทอ
เรื่องราวผูกเข้ากับอดีตของนายพลชิโมดา อดีตนายทหารญี่ปุ่นผู้สร้างทางรถไฟสายมรณะ เขาเคยฝังทองคำและสมบัติประจำตระกูลซึ่งมีตรารูปดวงอาทิตย์เป็นสัญลักษณ์ไว้ในถ้ำเกริงสะดา ก่อนปิดปากถ้ำ ทุกวันนี้เขาไม่ได้ปรารถนาทรัพย์สินเหล่านั้นอีกแล้ว แต่ต้องการเพียงตราประจำตระกูลคืน ขณะเดียวกันก็แบกความรู้สึกผิดบาปต่อการสังหารคารายูกิซังไว้ในใจ สิมานั้นเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของชมพู ผู้เป็นลูกสาวของเชอรี่กับอรินทร์ จึงมีสายเลือดญี่ปุ่นอยู่ในตัว และถูกนายพลชิโมดาติดต่อให้ช่วยตามหาถ้ำที่ซ่อนทรัพย์นั้น
อีกปมสำคัญคือเรื่องราวของตระกูลวาตาโมโต้ ทิณรงค์ วงศ์อุทัยหรือทาโร วาตาโมโต้ ชายลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น แต่งงานกับมะยานตีหรือมิชิโกะ คารายูกิซังผู้รอดชีวิต ก่อนที่ทั้งสองจะแยกทางกัน มะยานตีกลับมาอยู่กับบาอูที่สังขละบุรีและคลอดรันตี ทายาทคนสุดท้ายที่ต้องรับมรดกของตระกูล เพราะทายาทคนอื่นเสียชีวิตจนหมดสิ้น จนผู้คนเชื่อกันว่าเป็นคำสาปอาถรรพณ์
ท่ามกลางความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นระหว่างสิมากับรันตี มีความริษยาของอรยุบลเพื่อนสาวของสิมาคอยปั่นป่วน อรยุบลล่วงรู้ความลับบางอย่างจากมยุรินและนำไปบอกชมพูมารดาของสิมา ความจริงที่ค่อย ๆ คลี่ออกมาคือการตายของทายาทวาตาโมโต้ไม่ได้เกิดจากคำสาป หากเป็นฝีมือของมยุริน และลงเอยด้วยการที่มยุรินต้องตายด้วยยาพิษที่ตนวางไว้เอง
ช่วงท้ายเรื่อง บาอูพาสิมาและนายพลชิโมดาไปยังที่ซ่อนสมบัติ แต่ชายชราขอเพียงตราดวงอาทิตย์คืน ส่วนทองคำทั้งหมดนั้นเขาขอให้นำไปทำบุญให้มิชิโกะและคารายูกิซัง ฉากปิดของเรื่องวางดอกไม้นิ่งชวนให้ย้อนคิดถึงการดูถูกเหยียดหยามอาชีพของคารายูกิซัง แม้กระทั่งจากชาวญี่ปุ่นด้วยกันเอง และคำสารภาพของมิชิโกะที่ขอให้ฝังศพของเธอหันหลังให้ญี่ปุ่น ภาคนี้จึงถักทอด้ายประวัติศาสตร์เข้ากับปมรัก ปมลึกลับ และเรื่องฆาตกรรมไว้ด้วยกัน ต่างจากภาคแรกที่เน้นเหตุการณ์สงครามชัดเจนกว่า ใครที่อยากติดตามว่าความจริงเบื้องหลังมรดกตระกูล ความริษยา และคำสารภาพในอดีตจะคลี่ออกมาอย่างไร น่าจะได้เพลิดเพลินไปกับการอ่านเรื่องราวที่ผูกทุกปมให้ลงตัว




















