อาชีพที่หายไปจากโลกจริงหรือ? ย้อนดูงานแปลกที่คนในอดีตเคยทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ

คนปลุกให้ตื่น คนตัดน้ำแข็ง และคนตั้งพินโบว์ลิ่งเคยเป็นงานจริง ชวนย้อนดูอาชีพที่เทคโนโลยีและชีวิตเมืองทำให้เปลี่ยนไป ผ่านหนังสือ “กุลีลากรถ กับประวัติศาสตร์แรงงานไทย” พร้อมเกร็ดที่ทำให้เรื่องงานเก่าสนุกและใกล้ตัวกว่าที่คิด

GetBookieGetBookie13/10/2569 13:50 · อ่าน 3 ครั้ง
อาชีพที่หายไปจากโลกจริงหรือ? ย้อนดูงานแปลกที่คนในอดีตเคยทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ

ถ้ามีประกาศรับสมัครงานว่า “หน้าที่หลัก: เดินไปเคาะหน้าต่างบ้านคนอื่นให้ตื่นทันเวลาทำงาน” เราอาจนึกว่าคนเขียนประกาศกำลังล้อเล่น

แต่คนปลุกให้ตื่นเคยเป็นงานหาเลี้ยงชีพจริง เช่นเดียวกับคนตัดน้ำแข็งจากแม่น้ำ คนต่อสายโทรศัพท์ด้วยมือ และคนคอยตั้งพินให้ผู้เล่นโบว์ลิ่ง ทุกงานตอบโจทย์ที่คนในยุคนั้นต้องการ เพียงแต่วันนี้เราอาจย้ายหน้าที่เหล่านั้นไปไว้ในอุปกรณ์ จนลืมว่าเคยมีคนทำมันอยู่

ก่อนเริ่มเที่ยวชมโลกของงานแปลก ขอวางหนังสือเล่มหนึ่งไว้เป็นเพื่อนร่วมทาง: กุลีลากรถ กับประวัติศาสตร์แรงงานไทย ของพรรณี บัวเล็ก หนังสือพาไปดูคนลากรถในกรุงเทพฯ ทั้งกิจการที่ทำให้พวกเขามีงาน ชีวิตของคนทำงาน ความสัมพันธ์กับกติกาของรัฐ และการสิ้นสุดของรถลาก

กุลีลากรถ กับประวัติศาสตร์แรงงานไทย — พรรณี บัวเล็ก

จุดที่ทำให้เล่มนี้เข้ากับเรื่องของเรา คือมันไม่ปล่อยให้อาชีพเก่าเหลือเพียงภาพรถสวย ๆ ในอดีต คนที่ออกแรงพารถไปข้างหน้าก็มีประวัติศาสตร์ของตัวเองด้วย เราจะใช้มุมมองนี้เดินไปดูงานอื่น ๆ แล้วค่อยกลับมาหารถลากอีกครั้ง

ส่วนคำว่า “อาชีพที่หายไปจากโลก” ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง งานบางชนิดหายไปจากชีวิตประจำวันของบางพื้นที่ บางงานลดจำนวนลง และบางงานยังมีคนรักษาทักษะไว้ ไม่ได้เลิกทำพร้อมกันทั่วโลกตามเสียงนาฬิกาเรือนเดียว

คนปลุกให้ตื่น: ก่อนมือถือจะรับหน้าที่ตอนเช้า

ในเมืองอุตสาหกรรมของอังกฤษ มีผู้รับจ้างปลุกคนให้ไปทำงานทันเวลา เรียกว่า knocker-upper วิธีที่เราพบในหลักฐานภาพคือใช้ไม้ยาวเคาะหน้าต่างห้องนอน

ฟังเหมือนงานง่าย แต่ลองนึกภาพว่าต้องจำบ้านลูกค้า เดินไปให้ทันเวลา และแน่ใจว่าคนในบ้านรู้ตัวแล้วก่อนย้ายไปหลังถัดไป ความตรงต่อเวลาของคนหนึ่งจึงฝากไว้กับการทำงานของอีกคนหนึ่ง

เกร็ดที่น่าทึ่งคืออาชีพนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของยุคไกลโพ้นเท่านั้น คอลเล็กชันของมหาวิทยาลัยซัลฟอร์ดมีภาพคนเคาะปลุกในแมนเชสเตอร์ช่วงทศวรรษ 1960 และบทความของโครงการประวัติศาสตร์ท้องถิ่นยังบันทึกคำบอกเล่าจากพิพิธภัณฑ์ว่าซัลฟอร์ดมีคนทำงานนี้ถึงทศวรรษ 1970 เราจึงไม่ควรสรุปง่าย ๆ ว่าพอนาฬิกาปลุกถูกคิดขึ้น อาชีพคนปลุกก็หายไปทันที

พอมองจากมุมคนทำงาน คำถามสนุกอีกข้อคือ “ใครกำหนดว่าต้องตื่นเมื่อไร?” When วิทยาศาสตร์บนเข็มนาฬิกา ของ Daniel H. Pink เป็นทางอ่านต่อเรื่องการเลือกจังหวะเวลาในชีวิตและการทำงาน โดยเป็นหนังสือร่วมสมัยสำหรับต่อยอดคำถาม ไม่ใช่ประวัติคนเคาะปลุก

ถ้าอยากชวนเด็ก ๆ คุยว่าปัญหาเล็กในชีวิตพาไปสู่เครื่องมือได้อย่างไร 100 สุดยอดสิ่งประดิษฐ์จากความคิดง่ายๆ กับ วิทยาศาสตร์แสนสนุก สิ่งประดิษฐ์และการคิดค้น 30 เรื่อง ก็เปิดประตูอีกแบบหนึ่ง ลองอ่านแล้วถามต่อว่า ก่อนมีของชิ้นนั้น ใครต้องเป็นคนลงมือทำหน้าที่แทนมัน?

คนเก็บเกี่ยวความหนาว: น้ำแข็งเคยเป็นผลผลิตของฤดูหนาว

ก่อนตู้เย็นไฟฟ้าจะกลายเป็นของคุ้นเคย ในบางพื้นที่ของอเมริกาเหนือมีอุตสาหกรรมเก็บน้ำแข็งธรรมชาติจากแม่น้ำและทะเลสาบที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง คนงานต้องตัด เคลื่อนย้าย และเก็บก้อนน้ำแข็งเอาไว้ใช้หรือขายในช่วงที่อากาศอุ่นขึ้น

ห้องเก็บน้ำแข็งใช้วัสดุอย่างฟางหรือขี้เลื่อยช่วยลดการละลาย ความหนาวของฤดูหนึ่งจึงถูกเก็บไว้ให้ธุรกิจและบ้านเรือนใช้อีกฤดูหนึ่ง น้ำแข็งมีบทบาททั้งกับอาหาร นม ปลา และการขนส่งของสด

มองจากวันนี้ เราอาจสงสัยว่า “ต้องออกไปเก็บความเย็นด้วยหรือ?” แต่สำหรับคนยุคนั้น ความเย็นเป็นสิ่งที่ต้องจัดหา เก็บรักษา และส่งไปให้ถึงคนใช้ เช่นเดียวกับสินค้าอื่น ๆ

เมื่อการผลิตน้ำแข็งและเครื่องทำความเย็นเปลี่ยนไป ความต้องการคนตัดน้ำแข็งธรรมชาติแบบเดิมก็ลดลง อย่างไรก็ตาม คนขายน้ำแข็ง โรงน้ำแข็ง และช่างเครื่องเย็นไม่ได้เป็นอาชีพเดียวกันทั้งหมด การพูดว่า “ตู้เย็นทำให้คนทำน้ำแข็งหายไป” จึงกว้างเกินไป

ระบบทำความเย็นและเครื่องเย็น — นิยม กิจโพธิ์

ระบบทำความเย็นและเครื่องเย็น ของนิยม กิจโพธิ์ ช่วยให้มองสิ่งที่เข้ามาแทนระบบเก็บความหนาวจากธรรมชาติในแง่หลักการและอุปกรณ์ หนังสือเล่มนี้เป็นตำราเทคนิคของระบบทำความเย็น ไม่ใช่บันทึกชีวิตคนตัดน้ำแข็ง แต่เป็นทางต่อที่ทำให้เรื่อง “งานเปลี่ยนเพราะเครื่องมือ” มีรายละเอียดมากขึ้น

ถ้ามองต่อจากเทคนิคไปถึงตลาด สนุกคิดในชีวิตประจำวันแบบเศรษฐศาสตร์ ของ Robert H. Frank และ หลักเศรษฐศาสตร์จุลภาค ของภราดร ปรีดาศักดิ์ ชวนให้ถามได้ว่า เมื่อวิธีตอบโจทย์ความต้องการมีหลายแบบ ผู้ซื้อและผู้ผลิตจะเลือกอย่างไร คำถามนี้ช่วยอ่านการเปลี่ยนงาน โดยไม่จำเป็นต้องมองว่าเครื่องมือใหม่ชนะทุกอย่างทันทีในวันแรก

พนักงานต่อสายโทรศัพท์: เสียงหนึ่งต้องผ่านมืออีกคน

ลองนึกภาพการโทรหาเพื่อนที่เริ่มด้วยการบอกคนกลางว่าอยากคุยกับใคร แล้วรอให้เขาเชื่อมสายให้ ในระบบชุมสายโทรศัพท์แบบใช้คน นี่เป็นงานประจำวันของผู้ปฏิบัติงานหน้าแผงต่อสาย

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ของอังกฤษเก็บทั้งชิ้นส่วนชุมสายและเรื่องเล่าจากพนักงานที่เคยทำงานในทศวรรษ 1950–1960 พวกเขาต้องใช้สมาธิ ความอดทน และการพูดกับผู้ใช้บริการ งานจึงมีทั้งทักษะด้านอุปกรณ์และทักษะอยู่กับคน

เกร็ดที่เห็นภาพชัดคือชุมสาย Enfield ทางเหนือของลอนดอนเปลี่ยนจากการต่อสายด้วยคนเป็นระบบอัตโนมัติเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 1960 ตัวอย่างนี้มีวันที่แน่นอนสำหรับสถานที่แห่งหนึ่ง แต่ไม่ใช่วันสิ้นสุดอาชีพพนักงานโทรศัพท์ทั้งหมดบนโลก

สิ่งที่เคยเกิดขึ้นหลังฉากของการสนทนาค่อย ๆ หายไปจากสายตาผู้โทร แต่ความต้องการสื่อสารยังอยู่ เทคโนโลยีเปลี่ยนวิธีที่เสียงเดินทาง และเปลี่ยนงานที่ต้องทำระหว่างทางด้วย

ในมุมวรรณกรรม ไปรษณีย์ใต้ ของอังตวน เดอ แซงแต็กซูเปรี พาไปสู่อีกโลกของการส่งข่าวสารผ่านการบิน เป็นนิยายสำหรับอ่านชีวิตและงานจากอีกสายตาหนึ่ง ส่วน World History ประวัติศาสตร์โลก (ฉบับสมบูรณ์) ของอนันตชัย จินดาวัฒน์ช่วยขยายฉากหลังให้เห็นยุคและสังคมต่าง ๆ การวางสองเล่มนี้ข้างกันเป็นทางคิดต่อถึงเครือข่ายที่ต้องมีผู้คนทำงานให้มันเดินไปได้

คนตั้งพินโบว์ลิ่ง: ความสนุกของผู้เล่นมีคนคอยเริ่มเกมใหม่

วันนี้เมื่อพินล้ม เรามักรอเครื่องทำงานแล้วเล่นต่อ แต่ก่อนมีเครื่องตั้งพินอัตโนมัติ คนต้องเข้าไปจัดพินใหม่ เก็บพินที่ล้ม และช่วยให้เกมดำเนินต่อไปได้ งานนี้มักพบในชื่อ pin boy หรือคนตั้งพิน

หลักฐานภาพในคอลเล็กชันแรงงานเด็กของหอสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ มีเด็กทำงานในลานโบว์ลิ่งที่พิตต์สเบิร์กช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 พร้อมคำบรรยายว่าเด็กเหล่านี้ทำงานจนดึก ชื่ออาชีพที่ฟังคล้ายเป็นส่วนหนึ่งของเกมจึงมีเรื่องเวลาทำงานและชีวิตคนอยู่ข้างหลังด้วย

ตอนที่ผู้เล่นมองไปปลายเลน เขาอาจเห็นเพียงพินที่กลับมาตั้งเรียบร้อย แต่สำหรับคนทำงาน ปลายเลนนั้นคือที่ทำงานซ้ำ ๆ ของตนเอง เครื่องอัตโนมัติไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนกติกาโบว์ลิ่งทั้งหมด มันเข้ามารับหน้าที่บางอย่างที่คนเคยทำ

ตรงนี้ทำให้มุมมองของหนังสือเล่มหลักกลับมามีประโยชน์: เมื่อเรารู้จักอาชีพผ่านคนทำงาน เราจะไม่เห็นมันเป็นเพียงบริการที่พร้อมให้ใช้ แต่เห็นเวลาและแรงที่ทำให้บริการนั้นเกิดขึ้น

ช่างเรียงพิมพ์: ก่อนคำบนหน้าจอจะเคลื่อนย้ายได้ง่าย ๆ

หนังสือที่อยู่ในมือเราเคยผ่านงานซึ่งต้องจัดตัวพิมพ์จริงให้เป็นข้อความ ช่างเรียงพิมพ์ไม่ได้แค่ “พิมพ์คำ” ในความหมายเดียวกับการกดแป้นคอมพิวเตอร์ แต่ต้องทำงานกับตัวพิมพ์และกระบวนการผลิตหน้ากระดาษ

ต่อมามีเครื่องอย่าง Linotype ซึ่งใช้แป้นพิมพ์ แม่พิมพ์ และโลหะหลอมผลิตตัวพิมพ์เป็นบรรทัด งานเรียงพิมพ์จึงเปลี่ยนแม้ในช่วงที่สิ่งพิมพ์ยังใช้โลหะ ก่อนจะมีวิธีจัดข้อความแบบดิจิทัลที่เราคุ้นในปัจจุบัน

เกร็ดนี้น่าสนใจ เพราะ “เทคโนโลยีเก่า” ก็เคยเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนงานของคนรุ่นก่อนหน้าอีกทีหนึ่ง เราไม่ได้เดินจากมือเปล่าไปถึงคอมพิวเตอร์ในก้าวเดียว

โลกการพิมพ์ — วิริยะ สิริสิงห

โลกการพิมพ์ ของวิริยะ สิริสิงห พาไปดูขั้นตอนการผลิตหนังสือและประวัติการพิมพ์จนถึงยุคอิเล็กทรอนิกส์ เหมาะกับการอ่านต่อจากเรื่องนี้ เพราะหนังสือไม่ได้เกิดจากผู้เขียนเพียงคนเดียว ยังมีความรู้และงานอีกหลายส่วนที่ทำให้ตัวหนังสือมาถึงผู้อ่าน

งานฝีมือแบบตัวพิมพ์ไม่ได้สูญไปหมด พิพิธภัณฑ์การพิมพ์แห่งชาติในไอร์แลนด์ยังรักษาเครื่องจักรและถ่ายทอดทักษะการพิมพ์แบบดั้งเดิมอยู่ การลดบทบาทในอุตสาหกรรมใหญ่จึงเป็นคนละเรื่องกับการไม่มีใครทำเป็นอีกแล้ว

คนจุดโคมไฟ: งานที่ดูเหมือนหายไป แต่มีเรื่องต่อ

ก่อนเราจะเดินผ่านถนนที่มีแสงสว่างโดยไม่ต้องคิดถึงมัน โคมไฟบางระบบต้องอาศัยคนมาดูแลและจุดให้สว่าง คนจุดโคมจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเมือง ไม่ใช่เพียงตัวละครบรรยากาศโรแมนติกในภาพวาด

เมื่อไฟฟ้าและระบบควบคุมเปลี่ยนไป งานเดินจุดไฟแบบเดิมลดบทบาทลง แต่ตัวอย่างลอนดอนช่วยให้เราระวังคำว่า “หายไปจากโลก” มากขึ้น บทความของ British Gas ที่เล่าถึงงานในปี 2023 ระบุว่ามีทีมผู้เชี่ยวชาญดูแลโคมแก๊ส และโคมจำนวนมากใช้กลไกนาฬิกาควบคุมการเปิด–ปิดซึ่งยังต้องบำรุงรักษา

คนที่ทำงานนี้จึงไม่ได้จำเป็นต้องเดินจุดทุกดวงด้วยวิธีเดิมเสมอไป งานอาจยังใช้ชื่อเก่า แต่หน้าที่และอุปกรณ์ข้างในเปลี่ยนแล้ว

ถ้าจะอ่านเรื่องอาชีพอย่างสนุก เกร็ดนี้แทบเป็นคำเตือนจากตัวประวัติศาสตร์เองว่า อย่าตัดสินว่าคนหมดงานเพียงเพราะเราไม่เห็นเขาอยู่ตรงที่เดิม

กลับมาหารถลาก: เมื่อเมืองเปลี่ยน งานก็มีประวัติอีกหน้า

มาถึงตรงนี้ ลองกลับมาเปิด กุลีลากรถ กับประวัติศาสตร์แรงงานไทย อีกครั้งในใจ คราวนี้ภาพรถบนปกอาจไม่ใช่แค่ยานพาหนะโบราณ แต่เป็นที่ทำงานของคนคนหนึ่ง

หนังสือมองงานลากรถหลายด้าน ตั้งแต่การเกิดของกิจการไปจนถึงชีวิตผู้หาเลี้ยงชีพด้วยมัน การกำกับของรัฐและการต่อสู้ของคนทำงานก็อยู่ในเรื่องด้วย ส่วนตัวอย่างท้ายบทว่าด้วยอวสานรถลากชี้ให้เห็นการสั่งเลิกกิจการในกรุงเทพฯ การเปลี่ยนอาชีพจึงไม่ได้เกิดจากเครื่องยนต์หรือสิ่งประดิษฐ์อย่างเดียว กติกาและทิศทางของเมืองก็เข้ามาเกี่ยวข้อง

นี่ทำให้คำถามที่เราใช้กับคนตัดน้ำแข็งหรือพนักงานต่อสายละเอียดขึ้น: งานหายไปเพราะความต้องการหายไป หรือเพราะมีวิธีอื่นเข้ามารับหน้าที่เดิม? แล้วคนที่เคยทำงานนั้นไปอยู่ตรงไหน?

ความต้องการเดินทางไม่ได้หายไปพร้อมรถลาก เช่นเดียวกับความต้องการความเย็นที่ไม่ได้หายไปพร้อมการเก็บน้ำแข็งธรรมชาติ แต่ผู้ได้รับประโยชน์จากวิธีใหม่กับผู้ที่ต้องเปลี่ยนงานอาจเป็นคนละกลุ่มกัน

ของเก่าเราลืม รถไฟ–เรือเมล์ ทะเล–รถราง ของ ฒ.ผู้เฒ่า เปิดทางอ่านต่อเรื่องการเดินทางและของเก่า ขณะที่ หาอยู่หากิน เพื่อค้าเพื่อขาย เศรษฐกิจไทยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ของศุภรัตน์ เลิศพาณิชย์กุล ช่วยให้มองการผลิตและการค้าในประวัติศาสตร์ไทยกว้างขึ้น ทั้งสองเล่มขยายฉากหลังคนละแบบ โดยไม่ควรถือว่างานทุกชนิดเปลี่ยนตามเส้นทางเดียวกัน

หากอยากเห็นชีวิตคนสามัญในประวัติศาสตร์อีกด้าน แรงงานวิจารณ์เจ้า ของศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ก็เป็นทางต่อฝั่งประวัติศาสตร์คนทำงานและการเมือง ซึ่งพาออกจากภาพคนทำงานที่มีแต่ชื่ออาชีพ ไปสู่คนที่มีความคิดและมีเสียงของตัวเอง

บางงานลดบทบาท บางทักษะกลับมีที่ทางใหม่

ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก : ความรู้ฉบับพกพา — Robert C. Allen

ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก : ความรู้ฉบับพกพา ของ Robert C. Allen ช่วยขยายภาพจากเครื่องมือหนึ่งชิ้นไปถึงการเปลี่ยนแปลงการผลิตและเศรษฐกิจ สิ่งที่ดูเป็นเรื่องอาชีพแปลกจึงเชื่อมกับคำถามใหญ่ได้ว่า สังคมผลิตของอย่างไร ใครทำงาน และผลของการเปลี่ยนแปลงตกกับใครบ้าง

ส่วน คลื่นลูกที่สาม ของอัลวิน ทอฟฟเลอร์, การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ ของเคลาส์ ชวาบ และ ทางรอดในโลกใบใหม่แห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ ของเคลาส์ ชวาบกับนิโคลัส เดวิส เป็นงานคิดเรื่องการเปลี่ยนสังคมและเทคโนโลยีจากคนละช่วงเวลา เหมาะกับการอ่านเทียบกรอบคิด โดยไม่จำเป็นต้องถือคำคาดการณ์ในหนังสือว่าเป็นอนาคตที่เกิดขึ้นแน่นอนทุกข้อ

ย้อนกลับมามองทักษะหาเลี้ยงชีพใน แนะอาชีพ 108 เราจะได้คำถามอีกแบบว่า ความรู้ที่ใช้ทำงานประกอบขึ้นจากอะไรบ้าง การรู้จักเครื่องมือ การลงมือทำ และการหาคนที่ต้องการสิ่งที่เราทำ ล้วนมีบริบทของยุคอยู่ด้วย จึงควรอ่านเนื้อหาเรื่องอาชีพและรายได้ให้สัมพันธ์กับเวลาที่หนังสือจัดทำ

ความเก่ายังอาจมีที่ทางในความทรงจำและวัฒนธรรมของเมือง บ้านบางลำพู: ชุมชนดนตรีไทยชาวบ้านที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ของณรงค์ เขียนทองกุล พาไปเห็นชุมชนและชีวิตดนตรี ส่วน See, Eat, Do old BANGKOK เสน่ห์กรุงเก่า เดิน–กิน–เที่ยว ในรัตนโกสินทร์ ของชมพูนุท ดีประวัติเปิดมุมเมืองเก่าผ่านสถานที่และชีวิตย่าน ไม่ใช่หนังสือว่าด้วยอาชีพที่สูญหายโดยตรง แต่ช่วยให้มองต่อได้ว่าอะไรจากอดีตยังมีชีวิตอยู่ในพื้นที่ปัจจุบัน

พอกลับมาหาหนังสือของพรรณีอีกครั้ง เราอาจเห็นว่าการเล่าเรื่องอาชีพเก่าให้ครบ ไม่ได้จบตอนเครื่องมือถูกวางลง ต้องมีที่ให้ชีวิตของคนที่เคยใช้เครื่องมือนั้นอยู่ต่อในเรื่องด้วย

คนปลุกให้ตื่น คนเก็บน้ำแข็ง คนต่อสาย คนตั้งพิน ช่างเรียงพิมพ์ คนดูแลโคมไฟ และคนลากรถ จึงไม่ได้เป็นเพียงคำตอบของเกมว่า “อาชีพนี้มีจริงหรือ?” พวกเขาเคยทำให้ชีวิตประจำวันของคนอื่นดำเนินไปได้ และงานของพวกเขาบอกว่าโลกแต่ละยุคมีปัญหาอะไรให้แก้

ถ้าเลือกลองทำงานจากอดีตได้หนึ่งวัน คุณจะเลือกงานไหน?

แล้วก่อนตอบ ลองนึกอีกนิดว่า สิ่งที่เราคิดว่าน่าตื่นเต้นสำหรับหนึ่งวัน อาจเคยเป็นงานที่ใครบางคนต้องทำทุกวันเพื่อให้มีข้าวกิน

สินค้าที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

รหัสสินค้า228205

โลกการพิมพ์

วิริยะ สิริสิงห
สารคดี ความรู้รอบตัว

เศรษฐกิจ สังคม

ดูทั้งหมด
รหัสสินค้า1224191

รัฐศาสตร์

ณัชชาภัทร อุ่นตรงจิตร
การเมือง สังคมศาสตร์

ประวัติศาสตร์ทั่วไป

ดูทั้งหมด
รหัสสินค้า237544

คนมอญ

พิสัณห์ ปลัดสิงห์
ประวัติศาสตร์
รหัสสินค้า229905

กำเนิดมนุษย์

สมฤทธิ์ บัวระมวล
สารคดี ความรู้รอบตัว
รหัสสินค้า229413

Glaucoma

พ.ญ.สการ์รัตน์ คุณาวิศรุต
ภาษาศาสตร์

หนังสือทั่วไป

ดูทั้งหมด
รหัสสินค้า94554104

เดอะเมจิก

รอนดา เบิร์น
จิตวิทยา พัฒนาตนเอง
รหัสสินค้า234419

คันๆจากคำคน

ดร.มั่น พัธโนทัย
ธรรมะ ศาสนา ปรัชญา

สารคดี ความรู้รอบตัว

ดูทั้งหมด
รหัสสินค้า234531

งานปูนก่อสร้าง

อาจารย์เฉลียว โพธิพิสุทธิ์
สารคดี ความรู้รอบตัว
รหัสสินค้า229791

มารยาทในวัฒนธรรมไทย

รศ.รัศมี-สุทธิ ภิบาลแทน, ดร.อารมณ์ ฉนวนจิตร
สารคดี ความรู้รอบตัว

อ่านต่อเรื่องอื่น

ดูบทความทั้งหมด
ก่อนมีนิยายสืบสวน มนุษย์เล่าเรื่องอาชญากรรมกันอย่างไร?
13/10/2569 12:27 · อ่าน 1 ครั้ง

ก่อนมีนิยายสืบสวน มนุษย์เล่าเรื่องอาชญากรรมกันอย่างไร?

พาย้อนจากเรื่องปริศนาของเอ็ดการ์ อัลลัน โพ ไปหานิทาน เพลงริมถนน เรื่องคดีจากศาล และโลกของเปาบุ้นจิ้น เพื่อดูว่าผู้คนเคยอ่านและฟังอาชญากรรมด้วยความคาดหวังแบบใด ก่อนการตามหาคนร้ายจะกลายเป็นความสนุกที่เราคุ้นเคย

ทำไมสีม่วงถึงเคยมีค่าเท่าทองคำ?
13/10/2569 11:36 · อ่าน 1 ครั้ง

ทำไมสีม่วงถึงเคยมีค่าเท่าทองคำ?

จากหอยทะเลสู่ผ้าหรูของราชสำนัก ก่อนสีม่วงจะเดินเข้าห้องทดลองและตู้เสื้อผ้าของคนทั่วไป ชวนอ่านประวัติศาสตร์ผ่านต้นทุน แรงงาน การค้า และความหมายของเครื่องแต่งกาย พร้อมหนังสือ 20 เล่มที่ช่วยต่อยอดคนละมุม

หนังสือที่ไม่มีใครอ่านออก: ปริศนาต้นฉบับวอยนิช
13/10/2569 10:38 · อ่าน 5 ครั้ง

หนังสือที่ไม่มีใครอ่านออก: ปริศนาต้นฉบับวอยนิช

ตามรอยต้นฉบับลึกลับผ่าน “รหัสลับดาวินชี” จากภาพพืชและอักษรแปลกตา สู่หลักฐานเรื่องอายุแผ่นหนังและลายมือ พร้อมคำถามว่าการเห็นเบาะแสต่างจากการถอดรหัสสำเร็จอย่างไร

ใครเป็นคนคิดค้นวันหยุดสุดสัปดาห์? ทำไมเราถึงทำงานห้าวันและหยุดสองวัน
13/10/2569 09:48 · อ่าน 3 ครั้ง

ใครเป็นคนคิดค้นวันหยุดสุดสัปดาห์? ทำไมเราถึงทำงานห้าวันและหยุดสองวัน

จากวันพักทางศาสนา การต่อรองของแรงงาน ถึงโรงงานฟอร์ดและสัปดาห์ 40 ชั่วโมง ชวนสำรวจที่มาของเสาร์–อาทิตย์ผ่านหนังสือ 20 เล่ม พร้อมคำถามว่าใครได้พัก และใครยังทำงานในวันหยุดของเรา

ตั้งค่าคุกกี้

ดูรายละเอียดของแต่ละประเภทได้ที่ นโยบายคุกกี้