เปิดหนังสือหนึ่งเล่ม เหมือนได้เดินทางข้ามกาลเวลา
ชวนเดินทางผ่านหนังสือ 20 ผลงาน ตั้งแต่นิยายข้ามยุคและวรรณกรรมคลาสสิก ถึงบันทึกจริงและอนาคตในจินตนาการ สำรวจวิถีชีวิต ความสัมพันธ์ และเสียงของผู้คนต่างสมัย พร้อมภาพวาดคั่นเรื่องและจุดชวนอ่านโดยไม่เฉลยปมสำคัญ
ลองนึกถึงฉากในหนังสือที่คนคนหนึ่งเขียนจดหมายเสร็จ พับกระดาษ แล้วต้องรออีกหลายวันกว่าจะมีคำตอบ เราอาจเผลอคิดแบบคนยุคนี้ว่า ส่งข้อความไปถามตรงๆ ไม่ได้หรือ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าโลกของตัวละครยังไม่มีสิ่งที่เราใช้จนเคยชิน
เพียงรายละเอียดเล็กน้อย เวลาในหน้าหนังสือก็เริ่มเดินต่างจากเวลาบนโทรศัพท์ของเรา
เสน่ห์ของ หนังสือที่พาเดินทางข้ามกาลเวลา จึงมีหลายรูปแบบ บางเรื่องให้ตัวละครก้าวข้ามยุคจริงๆ บางเรื่องพาเราเข้าไปอยู่กับกิจวัตรของคนในอดีต และบางเล่มเป็นเสียงที่ผู้มีชีวิตในช่วงเวลานั้นเขียนทิ้งไว้ด้วยตนเอง เมื่ออ่านอย่างใส่ใจ เราจะได้พบทั้งสิ่งที่เปลี่ยนไปและความรู้สึกบางอย่างที่ยังคุ้นเคย
เส้นทางต่อไปนี้ชวนแวะหนังสือ 20 ผลงานและชุดหนังสือ ตั้งแต่นิยายย้อนเวลา วรรณกรรมคลาสสิก ถึงบันทึกจริงและโลกอนาคตในจินตนาการ เลือกเริ่มจากช่วงเวลาที่อยากเข้าไปใช้ชีวิตด้วยได้เลย โดยเก็บบทสรุปสำคัญของแต่ละเรื่องไว้ให้ค้นพบในเล่ม
ก้าวแรก: เมื่อคนจากสองยุคมาเจอกัน

นิยายข้ามเวลามีคำถามสนุกอยู่ข้อหนึ่ง ถ้าเราไปถึงอดีตพร้อมความรู้จากปัจจุบัน เราจะปรับตัวได้จริงแค่ไหน? รู้ชื่อเหตุการณ์ไม่ได้แปลว่าจะรู้วิธีพูดกับผู้คน และจำปีสำคัญได้ก็ไม่ได้ทำให้เข้าใจความผูกพันของคนที่กำลังอยู่ในเหตุการณ์นั้นทันที

บุพเพสันนิวาส ของ รอมแพง ใช้ความต่างระหว่างโลกของเกศสุรางค์กับอยุธยาที่เธอเข้าไปพบเป็นทั้งแรงขับของเรื่องรักและอารมณ์ขัน กิริยา คำพูด และความสัมพันธ์ที่ต้องเรียนรู้ทำให้การย้อนเวลาเป็นเรื่องของการอยู่ร่วมกับคนอื่น เหมาะกับคนอยากเริ่มเดินทางผ่านความโรแมนติกและความไม่คุ้นเคยที่ชวนติดตาม

ใน อตีตา ของ ทมยันตี เส้นเวลาของคนต่างยุคเข้ามาผูกกับความรัก มิตรภาพ และการเสียสละท่ามกลางฉากบางระจัน จุดชวนอ่านคือคำถามว่า เมื่ออดีตไม่ได้อยู่ไกลจากชีวิตของเราแล้ว ความรู้สึกต่อคนที่เคยเห็นเป็นเพียงชื่อในเรื่องเล่าจะเปลี่ยนไปอย่างไร ชุดสองเล่มที่เชื่อมไว้นับเป็นผลงานเดียว และควรอ่านในฐานะนวนิยายซึ่งมีจินตนาการประกอบประวัติศาสตร์

การเหลื่อมกันของเวลาก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยเหตุการณ์ใหญ่ เพื่อนบ้านข้ามเวลา The Children Next Door ของ จีน ยัวร์ แปลโดย ปิยะภา เริ่มจากลอราสนใจเด็กที่เห็นเล่นอยู่ข้างบ้าน แต่เมื่อได้พบคนในบ้าน คำถามกลับเพิ่มขึ้น เหมาะกับคนชอบความลึกลับที่ค่อยๆ เผยตัวผ่านสถานที่ใกล้ตัวและร่องรอยของอดีต มากกว่าการอธิบายกลไกเครื่องย้อนเวลา

ส่วน The Time Machine จากงานของ เอช. จี. เวลส์ ชวนขึ้นยานไปพบโลกอนาคตที่ทำให้ต้องทบทวนคำว่าความก้าวหน้า ฉบับที่เลือกเป็นหนังสืออ่านภาษาอังกฤษแบบปรับระดับในชุด Penguin Readers จึงเหมาะกับคนอยากลองวรรณกรรมวิทยาศาสตร์พร้อมฝึกภาษา โดยไม่ได้เป็นต้นฉบับเต็มเล่ม
หนังสือกลุ่มนี้เปิดประตูเวลาด้วยวิธีต่างกัน เราอาจสนุกกับการหลุดเข้าไปผิดยุค หรืออยากรู้ว่าอนาคตที่ผู้เขียนจินตนาการจะทำให้ตัวละครมองโลกเดิมอย่างไร ทั้งหมดเป็นความเป็นไปได้ในเรื่องแต่ง ไม่ใช่หลักฐานว่าการข้ามเวลานั้นเกิดขึ้นได้จริง
จากหน้าพงศาวดาร มานั่งฟังเรื่องในบ้าน
เมื่อเดินทางต่อ เราอาจอยากวางเรื่องเครื่องย้อนเวลาไว้ก่อน แล้วตามดูชีวิตที่ค่อยๆ เติบโตไปพร้อมยุคสมัย บางครั้งการได้อยู่กับตัวละครตั้งแต่วัยเด็กจนมีครอบครัว ทำให้ความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองจับต้องได้ผ่านคนที่รักกันแต่คิดไม่เหมือนกัน

สี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ให้ชีวิตแม่พลอยเชื่อมกับความเปลี่ยนแปลงของสยาม ตั้งแต่โลกในวังจนถึงชีวิตครอบครัว อ่านได้ทั้งเพื่อสัมผัสบรรยากาศและสังเกตว่าความเคยชินของคนรุ่นหนึ่งกลายเป็นเรื่องที่คนอีกรุ่นตั้งคำถามอย่างไร ฉบับที่เลือกเป็นชุดสองเล่มจบ เหมาะกับการค่อยๆ ใช้เวลาอยู่ในโลกของเรื่อง

ร่มฉัตร ของ ทมยันตี พาไปกับชีวิตของวาดและความทรงจำที่ผูกกับครอบครัว วัง และบ้านเมือง ความรู้สึกต่อความเปลี่ยนแปลงจึงมีทั้งรากของความผูกพันและมุมมองเฉพาะของตัวละคร เหมาะกับคนชอบเรื่องยาวที่ให้เห็นชีวิตหลายช่วงวัย ชุดสี่เล่มที่เลือกเป็นหนึ่งผลงาน และไม่จำเป็นต้องอ่านด้วยการเห็นด้วยกับทุกความคิดในโลกของเรื่อง

อีกบรรยากาศหนึ่งอยู่ใน รากนครา ของ ปิยะพร ศักดิ์เกษม ซึ่งใช้เมืองสมมติในบริบทดินแดนเหนือมาเล่าความรัก หน้าที่ และความเปลี่ยนแปลงทางอำนาจ เหมาะกับคนที่อยากเห็นว่าคนสองคนอาจผูกพันกับบ้านเกิดอย่างลึกซึ้ง แต่เข้าใจคำว่าปกป้องบ้านเมืองต่างกันได้ เรื่องเล่าจึงชวนตามทั้งความสัมพันธ์ส่วนตัวและแรงกดดันรอบชีวิต
การอ่านนิยายเหล่านี้คู่กันมีรสชาติของการฟังหลายเสียง เราอาจมองเห็นเรื่องคล้ายกันจากคนต่างพื้นเพ แต่ไม่ควรใช้ชีวิตของตัวละครคนเดียวแทนคนทั้งสังคม หรือถือว่าบทสนทนาซึ่งผู้ประพันธ์สร้างขึ้นเป็นคำพูดจริงของบุคคลในประวัติศาสตร์
ยุคของจดหมาย งานเต้นรำ และคำที่พูดตรงๆ ไม่ได้

บางหน้าทำให้เราอยากส่งโทรศัพท์ให้ตัวละครยืม จะได้เลิกเข้าใจผิดกันเสียที แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งเห็นว่าอุปสรรคไม่ได้มีแค่การสื่อสารช้า ชื่อเสียง รายได้ หน้าที่ และสิ่งที่สังคมยอมรับยังอยู่รอบทุกคำพูดด้วย

ลิขิตรักคู่ทระนง Pride and Prejudice ของ เจน ออสเตน ให้ความรักเดินคู่กับฐานะ ครอบครัว และการตัดสินคนจากความประทับใจแรก เมื่อรู้ว่าการแต่งงานมีความหมายต่อความมั่นคงของชีวิตเพียงใด เรื่องที่ดูเป็นการเลือกคู่ก็มีน้ำหนักอีกแบบ ฉบับที่เลือกเป็น Oxford Bookworms Stage 6 สำหรับอ่านภาษาอังกฤษแบบปรับระดับ เหมาะกับคนอยากเข้าหาคลาสสิกผ่านฉบับเรียบเรียง

หากอยากเดินต่อในโลกของออสเตน Emma ฉบับภาษาอังกฤษ พาไปพบหญิงสาวที่มั่นใจในการมองคนและชอบจัดความสัมพันธ์ให้ผู้อื่น วงสังคมที่ดูไม่ใหญ่ทำให้การเยี่ยมบ้าน การพูดคุย และข่าวที่เล่าต่อกันมีความสำคัญ เหมาะกับคนชอบอ่านความคลาดเคลื่อนระหว่างสิ่งที่ตัวละครเชื่อกับสิ่งที่ผู้อ่านเริ่มสงสัย

ขยับมาหาความรักในต่างแดน ข้างหลังภาพ ของ ศรีบูรพา วางความรู้สึกของนพพรกับคุณหญิงกีรติไว้ท่ามกลางญี่ปุ่นและข้อจำกัดที่อยู่รอบความสัมพันธ์ เหมาะกับคนชอบบรรยากาศละเมียดและเรื่องที่ความหมายของคำพูดอาจไม่ตรงกัน การอ่านโดยสังเกตวัย สถานะ และจังหวะชีวิตจะช่วยให้เห็นระยะห่างที่มากกว่าการอยู่คนละประเทศ

ใน หญิงสาวกับต่างหูมุก ของ เทรซี เชวาเลียร์ แปลโดย สิริยากร พุกกะเวส กรีต เด็กสาวที่เข้าทำงานในบ้านจิตรกรเวอร์เมียร์ พาเราไปมองชีวิตในเดลฟท์ศตวรรษที่ 17 ผ่านแสง สี งานบ้าน และลำดับชั้น เหมาะกับคนที่อยากสำรวจโลกเก่าจากห้องเล็กๆ เรื่องของกรีตเป็นจินตนาการของนักเขียน จึงไม่ใช่คำเฉลยว่าผู้หญิงในภาพวาดตัวจริงเป็นใคร
กลับไปเป็นเด็ก ในวันที่ของธรรมดาต้องลงแรงมากกว่านี้
การข้ามเวลาอีกแบบเกิดขึ้นเมื่อหนังสือชวนให้ช้าลง เราได้เห็นว่าวันธรรมดาถูกประกอบจากงานอะไรบ้าง และเด็กที่ยังไม่มีทางเลือกมากนักเริ่มมองอนาคตของตนเองอย่างไร

สาวน้อย Little Women ของ ลุยซา เมย์ อัลคอตต์ ชวนใช้เวลากับพี่น้องตระกูลมาร์ชในอเมริกาศตวรรษที่ 19 ความฝันเรื่องการเขียน ศิลปะ การมีครอบครัว และการช่วยเหลือกันทำให้โลกที่ห่างไปหลายรุ่นยังมีสิ่งให้เข้าใจได้ เหมาะกับคนชอบเรื่องเติบโตที่แต่ละคนไม่ได้อยากเป็นผู้ใหญ่แบบเดียวกัน

ส่วน บ้านเล็กในป่าใหญ่ ของ ลอรา อิงกัลล์ส ไวล์เดอร์ ทำให้กิจวัตรในครอบครัว การเตรียมอาหาร และการเปลี่ยนฤดูกาลกลายเป็นส่วนสำคัญของการอ่านอดีต เหมาะกับคนที่อยากอยู่กับรายละเอียดของชีวิตมากกว่าการเร่งตามเหตุการณ์ใหญ่ แม้งานมีรากจากประสบการณ์ของผู้เขียน แต่เป็นวรรณกรรมที่ผ่านการจัดเรื่องเล่า ไม่ใช่ภาพแทนชีวิตของทุกคนในอเมริกายุคนั้น
สองเล่มนี้ชวนให้ลองถามต่อว่า ถ้าของที่เราใช้อยู่วันนี้ไม่ได้หาได้ง่าย ความฝันและเวลาในหนึ่งวันจะถูกจัดใหม่อย่างไร คำถามเช่นนี้ทำให้รายละเอียดเล็กน้อยในหนังสือมีเรื่องให้คิดต่อมากกว่าความน่ารักของเครื่องแต่งกายเก่าๆ
ฟังอดีตจากคนที่ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
เราอ่านประวัติศาสตร์โดยรู้แล้วว่าเหตุการณ์จบลงตรงไหน แต่คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในเวลานั้นไม่ได้รู้คำตอบพร้อมเราเสมอไป การกลับไปฟังความกังวลของพวกเขาจึงต้องเผื่อพื้นที่ให้ความไม่แน่นอนด้วย

บันทึกของแอนน์ แฟรงค์ เป็นงานบันทึกจริงของเด็กหญิงชาวยิวระหว่างการหลบซ่อนจากการกดขี่ของนาซีในอัมสเตอร์ดัม เราได้เข้าใกล้ทั้งชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ และความคิดของผู้เขียน เหมาะกับคนอยากฟังเสียงจากอดีตโดยตรง โดยควรแยกให้ชัดจากนิยาย และตรวจรายละเอียดฉบับแปลหากต้องการเนื้อหาเฉพาะฉบับ

The Book Thief จอมโจรขโมยหนังสือ ของ มาร์กัส ซูซัก เป็นนวนิยายที่ติดตามลีเซลในเยอรมนียุคนาซี หนังสือและถ้อยคำเข้าไปเกี่ยวพันกับการเติบโตและความสัมพันธ์ของเธอ เหมาะกับคนอยากอ่านสงครามผ่านชีวิตที่อยู่ตามบ้านและถนน พร้อมคำถามว่าคำพูดช่วยเชื่อมคนเข้าหากันหรือถูกใช้ทำร้ายกันได้อย่างไร

แนวรบด้านตะวันตกเหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ของ เอริช มาเรีย เรอมาร์ก แปลโดย ม.จ.ขจรจบกิตติคุณ กิติยากร พาไปพบประสบการณ์ทหารหนุ่มเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เหมาะกับคนที่อยากอ่านอีกด้านของถ้อยคำยิ่งใหญ่เรื่องสงคราม ผ่านความหวาดกลัว ความเหนื่อยล้า และมิตรภาพของผู้ที่อยู่แนวหน้า
หนังสือกลุ่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการกดขี่ ความสูญเสีย และสงคราม จึงเลือกจังหวะอ่านตามความพร้อมได้ ไม่จำเป็นต้องอ่านต่อกันรวดเดียว ความสำคัญของการฟังอดีตไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราทนอ่านเรื่องหนักๆ ได้มากเพียงใด
จากโลกที่เดินทางเร็วขึ้น ถึงอนาคตที่ยังเป็นคำถาม

ปลายทางของการข้ามเวลาอาจทำให้เราอยากมองกลับมาที่ปัจจุบัน สิ่งที่เคยดูทันสมัยที่สุดในวันหนึ่งกลายเป็นของเก่าได้ ขณะเดียวกัน ความหวังที่ผูกไว้กับเทคโนโลยีก็อาจมีคำถามเรื่องผู้คนซ่อนอยู่

นิราศลอนดอน และจดหมายเหตุ ของหม่อมราโชทัย พาอ่านสายตาของชาวสยามที่เดินทางไปอังกฤษกับคณะทูตในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นทางเลือกสำหรับคนสนใจว่าของที่เราเห็นเป็นเรื่องคุ้นเคยเคยสร้างความประหลาดใจอย่างไร งานนี้มีทั้งขนบวรรณศิลป์และการบันทึกการเดินทาง จึงควรอ่านพร้อมคำนึงถึงฐานะและมุมมองของผู้เขียน

Around the World in Eighty Days จากงานของ จูลส์ เวิร์น ชวนตามฟิเลียส ฟ็อกก์กับเดิมพันเดินทางรอบโลก โดยมีรถไฟ เรือ และตารางเวลาเป็นส่วนของการผจญภัย ฉบับที่เลือกเป็น Oxford Progressive English Readers Grade 2 แบบปรับระดับภาษา เหมาะกับคนอยากสัมผัสโลกการเดินทางที่ยังต้องลุ้นกับการต่อเส้นทาง ไม่ใช่นิยายข้ามเวลาโดยตรง

The Great Gatsby ของ เอฟ. สกอตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ ฉบับภาษาอังกฤษ พาเข้าไปในอเมริกาทศวรรษ 1920 ผ่านงานเลี้ยง ความมั่งคั่ง และความปรารถนาจะเป็นที่ยอมรับ เหมาะกับคนที่อยากเห็นบรรยากาศของยุคหนึ่งควบคู่กับความต่างทางชนชั้น ความหรูหราในเรื่องจึงมีน้ำหนักมากกว่าการตกแต่งฉากให้สวย

แล้วลองส่งสายตาไปยัง โลกที่เราเชื่อ Brave New World ของ อัลดัส ฮักซ์ลีย์ นิยายที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1932 และจินตนาการสังคมอนาคตซึ่งจัดระบบผู้คนด้วยเทคโนโลยีและการหล่อหลอมความคิด เหมาะกับคนอยากอ่านคำถามเรื่องเสรีภาพและความสุข ไม่ควรใช้เป็นคำทำนายตรงตัว แต่ลองพิจารณาว่าความกังวลของนักเขียนในอดีตยังทำให้เราถกเถียงเรื่องใดในปัจจุบันได้บ้าง
ก่อนกลับสู่เวลาของเรา
ไม่ต้องอ่านให้ครบทุกยุคจึงจะเริ่มการเดินทางได้ หากอยากเห็นคนรับมือโลกที่ไม่คุ้นเคย ลองเริ่มจาก บุพเพสันนิวาส หรือ The Time Machine ถ้าชอบชีวิตและความสัมพันธ์ ค่อยเปิด สี่แผ่นดิน หรือ สาวน้อย ส่วนวันที่อยากฟังเสียงจากเอกสารจริง บันทึกของแอนน์ แฟรงค์ กับ นิราศลอนดอน ก็ให้ประสบการณ์ต่างออกไป
ระหว่างอ่าน ลองเก็บคำถามไว้สักข้อ: สิ่งใดที่คนในหนังสือต้องยอมรับ แต่คนในวันนี้มีโอกาสเลือกต่างออกไปแล้ว? หรือสิ่งใดที่เปลี่ยนรูปแบบไปมาก แต่ยังทำให้ผู้คนดีใจ กลัว หรือคิดถึงกันเหมือนเดิม?
พอปิดหนังสือ เราอาจยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม โทรศัพท์ยังบอกวันเวลาเดิม แต่การรอคำตอบจากใครสักคน หรือการได้เลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง อาจดูมีรายละเอียดให้มองมากขึ้น หากอยากออกเดินทางต่อ ค่อยๆ เลือก หนังสือมือสองจากเก็ทบุ๊คกี้ ตามช่วงเวลาที่คุณอยากทำความรู้จักได้เลย
หนังสือที่แนะนำมีทั้งนวนิยาย บันทึกจริง งานเดินทาง ภาษาอังกฤษ และฉบับปรับระดับภาษา ชุดหลายเล่มนับเป็นผลงานเดียว ภาพวาดเป็นจินตนาการเชิงแนวคิด ไม่ใช่หลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือภาพจำลองฉากเฉพาะจากหนังสือ
สินค้าที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
ไซไฟ วิทยาศาสตร์
นิยายแปล
อิงประวัติศาสตร์
อ่านต่อเรื่องอื่น

ร้านหนังสือคืนฮาโลวีน: เมื่อเรื่องเล่าที่ถูกลืม รอใครสักคนเปิดอ่าน
เรื่องเล่าฮาโลวีนลึกลับอบอุ่นของร้านหนังสือมือสอง แมวดำ และผู้ฟังที่ยังรอหน้าสุดท้าย พร้อมทางอ่านต่อ 20 เล่ม ตั้งแต่ผีน่ารักและแม่มดถึงกอทิกกับปริศนา แทรกภาพวาดตามจังหวะของเรื่องโดยไม่เฉลยปมหนังสือที่แนะนำ

ความลับบนโต๊ะอาหาร เมื่อมื้อธรรมดากลายเป็นฉากสำคัญในนิยาย
ชวนอ่านบทสนทนา ความเงียบ ความใส่ใจ และความต่างทางชนชั้นผ่านฉากอาหารในนิยาย ตั้งแต่คิทเช่นและงานเลี้ยงของบาเบตต์ ถึงแกตสบี้และอลิซ พร้อมทางอ่านต่อ 20 ผลงานและชุดหนังสือ ภาพเล่มจริง และภาพวาดคั่นเรื่อง โดยไม่เฉลยปมสำคัญ

ห้องที่เราอยู่ทุกวัน กำลังทำให้เราอยากใช้ชีวิตแบบไหน?
ชวนมองห้องผ่านกิจวัตรที่อยากมี ตั้งแต่โต๊ะทำงาน มุมอ่านหนังสือ และครัว ถึงการจัดข้าวของและดูแลของเดิม เชื่อมหนังสือ 20 เล่ม พร้อมภาพวาดคั่นเรื่อง และไอเดียปรับพื้นที่ตามชีวิตจริงโดยไม่ต้องเปลี่ยนทั้งห้อง

สิ่งของธรรมดาที่เคยเปลี่ยนโลก ตั้งแต่กระดาษหนึ่งแผ่นถึงนาฬิกาบนข้อมือ
ตามรอยกระดาษ การพิมพ์ นาฬิกา และของใช้ในครัว ว่าสิ่งเล็ก ๆ เปลี่ยนการอ่าน การเดินทาง และชีวิตผู้คนได้อย่างไร พร้อมเส้นทางอ่านหนังสือ20งานและภาพวาดคั่นเรื่อง โดยแยกประวัติศาสตร์ออกจากเรื่องเล่าผู้คิดค้นคนเดียว

























































