ทำไมข่าวร้ายถึงดึงดูดความสนใจเราได้มากกว่าข่าวดี? เข้าใจอคติที่ทำให้หยุดอ่าน

จากพาดหัวที่สะดุดตาถึงข่าวที่นึกออกง่าย ชวนเข้าใจ negativity bias และทางลัดในการประเมินโลก พร้อมหนังสือ 6 เล่มที่ช่วยมองความคิด บริบทของข่าว และจังหวะการรับข้อมูลให้รอบด้านขึ้น

GetBookieGetBookie15/10/2569 18:14 · อ่าน 3 ครั้ง
ทำไมข่าวร้ายถึงดึงดูดความสนใจเราได้มากกว่าข่าวดี? เข้าใจอคติที่ทำให้หยุดอ่าน

ระหว่างเลื่อนหน้าจอ ข่าวหนึ่งเล่าว่าโครงการเล็ก ๆ ในชุมชนเริ่มเห็นผล อีกข่าวขึ้นต้นด้วยเหตุการณ์ร้ายที่ไม่มีใครคาดคิด ลองนึกภาพว่านิ้วเราหยุดอยู่ที่ข่าวหลังทันที อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ไหน และมีโอกาสเกิดใกล้ตัวหรือไม่ ส่วนเรื่องดี ๆ เมื่อครู่ถูกเลื่อนผ่านไปทั้งที่ยังอ่านไม่จบ

การหยุดอ่านไม่ได้แปลว่าเราชอบเห็นคนอื่นเดือดร้อน บางครั้งเรากำลังหาข้อมูลเพื่อระวังตัว บางครั้งเรื่องนั้นกระทบสิ่งที่ห่วง และบางครั้งถ้อยคำเพียงไม่กี่คำก็ทำให้รู้สึกว่า ต้องรู้เดี๋ยวนี้

คำถามว่า “ทำไมข่าวร้ายถึงดึงดูดความสนใจเราได้มากกว่าข่าวดี?” จึงชวนให้มองทั้งวิธีที่เรารับข้อมูล และวิธีที่ข่าวเดินทางมาถึงเรา หนังสือ 6 เล่มในบทความนี้จะช่วยเปิดคำถามคนละด้าน ตั้งแต่ความคิดอัตโนมัติ การมองภาพรวม ไปจนถึงการทบทวนว่าเราอยากใช้เวลากับข่าวอย่างไร

สิ่งที่อาจเป็นอันตราย มักทำให้เราอยากรู้ก่อน

นักจิตวิทยาใช้คำว่า negativity bias อธิบายแนวโน้มที่ข้อมูลด้านลบดึงความสนใจหรือมีน้ำหนักต่อการประเมินของเรามากกว่าข้อมูลด้านบวกในบางบริบท หากข่าวหนึ่งอาจเกี่ยวกับความปลอดภัย เราก็มีเหตุผลที่จะหยุดดูว่าจำเป็นต้องรับมือหรือไม่

แต่แนวโน้มนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนตอบสนองเหมือนกัน งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร PNAS ปี 2019 ศึกษาผู้เข้าร่วม 1,156 คนใน 17 ประเทศ โดยให้ชมข่าววิดีโอและวัดการตอบสนองทางสรีรวิทยา พบแนวโน้มโดยเฉลี่ยว่าข่าวด้านลบกระตุ้นการตื่นตัวได้มากกว่า พร้อมกับความแตกต่างระหว่างบุคคลอย่างมาก

ผลดังกล่าวช่วยให้เห็นว่า ข่าวร้ายอาจเรียกสายตาได้ดี โดยไม่ต้องสรุปว่ามนุษย์ทุกคนชอบข่าวร้าย หรือว่าข่าวดีไม่มีทางน่าสนใจ และการวัดปฏิกิริยาระหว่างดูข่าวก็ยังเป็นคนละเรื่องกับการพิสูจน์ว่าเราจะคลิก แชร์ หรือเชื่อข่าวนั้นเสมอ

ในชีวิตประจำวัน การรู้จักแนวโน้มนี้อาจเริ่มจากประโยคสั้น ๆ ว่า “เรื่องนี้ทำให้ฉันสะดุด เพราะฉันกำลังห่วงอะไรอยู่” คำตอบอาจช่วยแยกความอยากรู้ออกจากความจำเป็นที่ต้องลงมือทำบางอย่าง

ภาพวาดเชิงสัญลักษณ์ของข่าวหนึ่งชิ้นที่ดึงสายตาท่ามกลางข้อมูลหลายแบบ

พาดหัวมีผลต่อการคลิก แม้เรื่องข้างในจะเป็นเรื่องเดียวกัน

บางครั้งความต่างเริ่มก่อนอ่านเนื้อหาเต็มเสียอีก พาดหัวที่เน้นสิ่งเสียหาย สิ่งที่ผิดพลาด หรือสิ่งที่อาจคุกคาม ทำให้เราอยากเปิดดูเพื่อเติมช่องว่างว่าเกิดอะไรขึ้น

งานวิจัยในวารสาร Nature Human Behaviour ซึ่งเผยแพร่ปี 2023 วิเคราะห์การทดลองเปรียบเทียบพาดหัวของเว็บไซต์ Upworthy กว่า 22,000 ชุด พบว่าถ้อยคำด้านลบในพาดหัวเพิ่มอัตราการคลิก ในแบบจำลองสำหรับพาดหัวที่มีความยาวเฉลี่ย คำด้านลบที่เพิ่มขึ้นหนึ่งคำสัมพันธ์กับอัตราคลิกที่สูงขึ้นราว 2.3% ในเชิงสัมพัทธ์ ไม่ใช่เพิ่ม 2.3 จุดเปอร์เซ็นต์

นี่เป็นหลักฐานจากเว็บไซต์และช่วงข้อมูลเฉพาะ จึงไม่ควรนำตัวเลขไปใช้เป็นสูตรของข่าวทุกภาษา หรืออธิบายการจัดฟีดของทุกแพลตฟอร์ม อย่างไรก็ตาม งานนี้ชวนให้เห็นว่าการแข่งขันเพื่อให้เราหยุดอ่าน มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิธีเลือกคำด้วย

มากข่าวสารพาลให้บื้อ! ของ ซี จอห์น ซอมเมอร์วิลล์ ฉบับภาษาไทยของ How the News Makes Us Dumb ชวนตั้งคำถามกับข่าวที่ทยอยมาหาเราทุกวัน และความต่างระหว่างการได้รับข้อมูลมากกับการเข้าใจโลกมากขึ้น

ภาพเล่มจริง มากข่าวสารพาลให้บื้อ! จาก GetBookie

เล่มนี้เป็นงานวิพากษ์วัฒนธรรมข่าว ไม่ใช่งานวิจัยเรื่องพาดหัว Upworthy และไม่ได้เขียนเพื่ออธิบายฟีดปัจจุบันโดยตรง แต่คำถามของมันยังนำมาใช้ทบทวนประสบการณ์อ่านข่าวได้ว่า วันนี้เรารู้เหตุการณ์เพิ่มหลายเรื่อง แล้วมีเรื่องไหนที่เราเข้าใจที่มาหรือความเชื่อมโยงของมันเพิ่มขึ้นจริง ๆ

บางวันเราอาจจำลำดับข่าวได้ละเอียด แต่ยังไม่รู้ว่าเหตุใดปัญหานั้นจึงเกิดซ้ำ หนังสือจึงเปิดพื้นที่ให้เราอยู่กับคำถามได้นานกว่าจังหวะที่ข่าวใหม่เข้ามาแทนข่าวเก่า

เรื่องที่นึกออกง่าย อาจดูเหมือนเกิดขึ้นบ่อย

ข่าวที่สะเทือนใจมักติดอยู่ในบทสนทนา เราเล่าให้เพื่อนฟัง เห็นคนส่งต่อ และกลับไปอ่านรายละเอียดอีกครั้ง เมื่อถูกถามว่าเรื่องแบบนี้พบมากเพียงใด ตัวอย่างที่เพิ่งเห็นจึงอาจผุดขึ้นมาก่อนข้อมูลอื่น

คิด, เร็วและช้า — Thinking, Fast and Slow ของ แดเนียล คาฮ์นะมัน อธิบายทางลัดในการตัดสิน รวมถึง availability heuristic หรือการประเมินโดยอาศัยความง่ายที่ตัวอย่างผุดขึ้นมาในความคิด จึงเป็นเล่มที่ช่วยแยก “ฉันนึกเรื่องนี้ออกทันที” ออกจาก “ฉันรู้แล้วว่าเรื่องนี้เกิดบ่อยแค่ไหน”

ภาพเล่มจริง คิด, เร็วและช้า จาก GetBookie

ลองสมมติว่าเราเห็นเหตุการณ์ชนิดหนึ่งหลายโพสต์ สิ่งที่ต้องตรวจต่ออาจเป็นว่าแต่ละโพสต์พูดถึงคนละเหตุการณ์หรือไม่ อยู่ในพื้นที่ไหน และเกิดในช่วงเวลาเท่าไร การเห็นบ่อยบนหน้าจอเพียงอย่างเดียวยังตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ ตัวอย่างนี้เป็นการนำแนวคิดมาลองใช้กับการอ่านข่าว ไม่ใช่เหตุการณ์ที่หนังสือรายงานไว้

อีกเล่มที่ช่วยขยายคำถามเรื่องการตัดสินคือ 52 วิธีตัดสินใจให้ไม่พลาด — The Art of Thinking Clearly 2 ของ รอล์ฟ โดเบลลี ภายในมีหัวข้อเกี่ยวกับการเกลียดความไม่แน่นอน และการให้น้ำหนักกับเรื่องของผู้เสียหายมากกว่าข้อมูลทางสถิติ จึงเหมาะกับการอ่านเป็นประเด็นสั้น ๆ แล้วกลับมาสังเกตวิธีคิดของตัวเอง

ภาพเล่มจริง 52 วิธีตัดสินใจให้ไม่พลาด จาก GetBookie

ความเห็นใจคนในข่าวมีคุณค่าของมัน ส่วนการประเมินขนาดปัญหาต้องการข้อมูลอีกแบบหนึ่ง เราสามารถรับฟังเรื่องของคนคนหนึ่งอย่างจริงจัง และยังถามต่อได้ว่าภาพรวมเป็นอย่างไร การถามหาสถิติจึงไม่จำเป็นต้องทำให้เรื่องราวของผู้ประสบปัญหามีความหมายน้อยลง

เหตุการณ์ร้ายกับทิศทางระยะยาว เป็นคำถามคนละข้อ

ข่าวมักเล่าเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไปหรือผิดจากความคาดหมาย ส่วนความเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นอาจมองเห็นยากกว่า หากเรานำสิ่งที่เห็นในแต่ละวันมาต่อเป็นภาพโลกทั้งหมด จึงมีโอกาสที่บางส่วนจะชัดมาก และบางส่วนจะหลุดออกไป

Factfulness ของ ฮันส์ รอสลิง, โอลา รอสลิง และอันนา รอสลิง เรินน์ลุนด์ มีประเด็นเรื่อง negativity instinct ที่ชวนสังเกตว่า ข่าวเหตุการณ์ไม่ดีมีโอกาสเดินทางมาถึงเราได้มาก หนังสือจึงเป็นทางอ่านต่อสำหรับคนที่อยากฝึกมองข้อมูลประกอบความรู้สึกเมื่อประเมินโลก

แนวคิดสำคัญอย่างหนึ่งของผู้เขียนคือ การแยกสภาพปัจจุบันออกจากทิศทางการเปลี่ยนแปลง ปัญหาหนึ่งอาจยังรุนแรง และมีบางส่วนดีขึ้นเมื่อเทียบกับอดีตได้ในเวลาเดียวกัน การมองเห็นส่วนที่ดีขึ้นไม่ได้ลบความเดือดร้อนของคนที่ยังเผชิญปัญหา

เมื่ออ่านข่าว เราจึงอาจถามต่อว่า ข้อมูลนี้เทียบกับช่วงไหน มีแนวโน้มหลายปีหรือไม่ และมีอะไรที่การรายงานครั้งนี้ยังไม่ได้บอก การถามเช่นนี้ไม่ได้บังคับให้ลงเอยด้วยมุมมองบวก แต่ช่วยให้ข้อสรุปขึ้นอยู่กับหลักฐานของเรื่องนั้นมากขึ้น

ภาพวาดเชิงสัญลักษณ์ของกรอบภาพเหตุการณ์หนึ่ง ท่ามกลางภาพชีวิตที่กว้างกว่า

ข่าวผ่านการเลือก ก่อนจะมาถึงสายตาเรา

นอกจากวิธีรับข้อมูลของผู้อ่านแล้ว ยังมีการทำงานอยู่เบื้องหลังข่าว ทั้งการหาข้อมูล เลือกประเด็น สัมภาษณ์ และตัดสินใจว่าจะนำเสนออะไรในพื้นที่จำกัด ความเข้าใจงานเหล่านี้ช่วยให้เราอ่านด้วยคำถามที่ละเอียดขึ้น

กะเทาะเปลือกสื่อมวลชน ของ ณรงค์ โตเขียว เป็นอีกมุมอ่านจากผู้ทำงานสื่อ คำนำของผู้เขียนระบุว่าต้องการเล่าทั้งสิ่งที่เป็นแนวทางให้คนสนใจงานข่าว และด้านที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของคนในวิชาชีพ จึงช่วยเปิดบทสนทนาว่า ข่าวไม่ได้เกิดจากการหยิบเหตุการณ์มาวางต่อหน้าผู้อ่านโดยไม่มีการตัดสินใจระหว่างทาง

ภาพเล่มจริง กะเทาะเปลือกสื่อมวลชน จาก GetBookie

ฉบับนี้เป็นหนังสือในบริบทสื่อของยุคก่อน จึงควรอ่านในฐานะประสบการณ์และข้อสังเกตของผู้เขียน มากกว่านำทุกเรื่องไปอธิบายห้องข่าวหรือระบบแนะนำเนื้อหาในวันนี้ การเห็นมุมของคนทำงานยังช่วยให้เราหลีกเลี่ยงข้อสรุปง่าย ๆ ว่า ข่าวร้ายทั้งหมดถูกทำขึ้นเพื่อเรียกยอดคลิก

ข่าวการทุจริต ความรุนแรง หรือความเดือดร้อนของผู้คนอาจจำเป็นต่อการตรวจสอบอำนาจและการแก้ปัญหา คำถามที่มีประโยชน์จึงเป็นว่า รายงานนั้นมีหลักฐานอะไร ให้บริบทพอหรือไม่ และเปิดพื้นที่ให้เข้าใจผลกระทบอย่างไร มากกว่าตัดสินคุณค่าของข่าวจากการทำให้เรารู้สึกดีหรือแย่เพียงอย่างเดียว

จากอยากรู้ทุกการอัปเดต สู่เลือกว่าต้องการรู้อะไร

การรู้เท่าทันแรงดึงดูดของข่าวร้ายไม่จำเป็นต้องจบด้วยการเลิกติดตามโลก เราอาจเริ่มจากดูว่า การอ่านครั้งต่อไปกำลังเพิ่มข้อมูลที่จำเป็น หรือพาเรากลับไปอยู่กับรายละเอียดเดิมที่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยน

Stop Reading the News ของ รอล์ฟ โดเบลลี เป็น เล่มภาษาอังกฤษ ที่เสนอจุดยืนเข้มข้นให้ลดหรือเลิกบริโภคข่าว และหันไปใช้เวลากับความรู้ที่ลึกขึ้น เป็นหนังสือที่เหมาะกับการอ่านเพื่อถกเถียงกับข้อเสนอของผู้เขียน รวมถึงถามว่าข้อไหนเข้ากับหน้าที่และชีวิตของเรา

ภาพเล่มจริง Stop Reading the News ภาษาอังกฤษ จาก GetBookie

เราไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยทั้งหมด คนที่ต้องติดตามข่าวท้องถิ่นเพื่อเดินทาง คนทำงานด้านภัยพิบัติ และคนที่กำลังติดตามสิทธิของชุมชน ย่อมมีความจำเป็นต่างกัน สิ่งที่หยิบมาคิดต่อได้คือ การเลือกเรื่อง แหล่งข้อมูล และเวลารับข่าวให้สัมพันธ์กับสิ่งที่เราต้องการทำ

ก่อนเปิดข่าวชิ้นถัดไป ลองถามสั้น ๆ ว่า “ฉันอยากรู้ข้อเท็จจริงอะไรเพิ่ม” หากคำตอบยังไม่ชัด เราอาจเก็บบทวิเคราะห์ไว้อ่านให้จบ ตรวจรายงานต้นทาง หรือพักจากหน้าจอสักช่วง ทั้งหมดเป็นทางเลือกในการอ่าน ไม่ใช่ข้อสอบว่าใครใช้สื่อได้ดีกว่ากัน

ภาพวาดจินตนาการของการอ่านเรื่องยาวร่วมกัน โดยพักโทรศัพท์ไว้ข้างโต๊ะ

หนังสือทั้งหกเล่มช่วยให้คำถามเริ่มมีหลายชั้น คาฮ์นะมันและ 52 วิธีตัดสินใจให้ไม่พลาด ชวนมองทางลัดในความคิด Factfulness ชวนตรวจภาพรวม ส่วน มากข่าวสารพาลให้บื้อ! และ Stop Reading the News เปิดข้อถกเถียงเรื่องจังหวะการรับข้อมูล ขณะที่ กะเทาะเปลือกสื่อมวลชน พาไปมองคนและการตัดสินใจหลังชิ้นข่าว

ข่าวร้ายอาจยังทำให้เราหยุดนิ้วได้ก่อนข่าวดีในบางวัน สิ่งที่เปลี่ยนได้คือ หลังจากหยุดแล้ว เราจะถามอะไรต่อ จะอ่านถึงตรงไหน และจะตรวจบริบทแบบใด ความสนใจอาจเริ่มจากความสะเทือนใจ แต่ความเข้าใจยังต้องการเวลาและข้อมูลที่มากกว่าพาดหัวหนึ่งบรรทัด

สินค้าที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

จิตวิทยาทั่วไป

ดูทั้งหมด
รหัสสินค้า234668

การอ่านให้เก่ง

ถนอมวงศ์ ล้ำยอดมรรคผล
จิตวิทยา พัฒนาตนเอง
หนังสือใหม่
หนังสือ เทคนิคจำแม่น
รหัสสินค้า1221660

เทคนิคจำแม่น

สหวัสส์
จิตวิทยา พัฒนาตนเอง
รหัสสินค้า234038

โชคดี

พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
จิตวิทยา พัฒนาตนเอง
รหัสสินค้า232331

No More No Less

วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์
จิตวิทยา พัฒนาตนเอง

อ่านต่อเรื่องอื่น

ดูบทความทั้งหมด
เปิดประตูสู่โลกแฟนตาซี: 6 เรื่องชวนผจญภัย ค้นพบมิตรภาพ และเติบโตไปด้วยกัน
15/10/2569 22:01 · อ่าน 0 ครั้ง

เปิดประตูสู่โลกแฟนตาซี: 6 เรื่องชวนผจญภัย ค้นพบมิตรภาพ และเติบโตไปด้วยกัน

ชวนหลงใหลโลกแฟนตาซีผ่านการเดินทางของคนที่ยังไม่พร้อม เพื่อนร่วมทางต่างพื้นเพ และพลังที่มาพร้อมความรับผิดชอบ คัด 6 เรื่องทั้งไทยและแปล พร้อมภาพวาดคั่นและจุดชวนอ่านที่เก็บบทสรุปไว้ให้ค้นพบเอง

ชวนเปิดโลกนิยายลึกลับ: 6 เรื่องที่ทุกหน้าชวนให้เราอยากรู้ความจริงมากขึ้น
15/10/2569 20:49 · อ่าน 0 ครั้ง

ชวนเปิดโลกนิยายลึกลับ: 6 เรื่องที่ทุกหน้าชวนให้เราอยากรู้ความจริงมากขึ้น

เลือกกองอ่านจากบรรยากาศที่อยากเข้าไปอยู่ ตั้งแต่บ้านประหลาดและคฤหาสน์กอทิก ไปจนถึงทุ่งหมอก คดีปัวโรต์ และรหัสลับ ชวนเลือกนิยายลึกลับ 6 เรื่อง โดยเก็บคำเฉลยสำคัญไว้ในเล่ม

ทำไมเราถึงคิดมากกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น? เมื่อใจซ้อมรับมือวันพรุ่งนี้
15/10/2569 17:01 · อ่าน 5 ครั้ง

ทำไมเราถึงคิดมากกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น? เมื่อใจซ้อมรับมือวันพรุ่งนี้

จากข้อความสั้น ๆ ที่ทำให้ใจตีความไปไกล ถึงความคิดวนก่อนนอน ชวนเข้าใจความกังวลและความไม่แน่นอนผ่านสถานการณ์ใกล้ตัว พร้อมหนังสือ 6 เล่มเรื่องการจัดการความคิด มุมมองชีวิต และการฝึกสติ

จากคนชอบถ่ายรูปสู่คนเล่าเรื่องด้วยภาพ: ศิลปะที่ฝึกฝนกันได้
15/10/2569 12:22 · อ่าน 3 ครั้ง

จากคนชอบถ่ายรูปสู่คนเล่าเรื่องด้วยภาพ: ศิลปะที่ฝึกฝนกันได้

ชวนฝึกสายตาผ่านแสง องค์ประกอบ จังหวะ และความหมายของภาพ พร้อมหนังสือถ่ายภาพและศิลปะ 7 เล่มที่ช่วยต่อความชอบให้กลายเป็นเรื่องเล่า ตั้งแต่คู่มือกล้องถึงภาพถ่ายของจิตต์ จงมั่นคงและประวัติศาสตร์เบื้องหลังภาพ

ตั้งค่าคุกกี้

ดูรายละเอียดของแต่ละประเภทได้ที่ นโยบายคุกกี้