คนฉลาดก็ถูกหลอกได้: จิตวิทยาเบื้องหลังการต้มตุ๋น

ย้อนรอยพอนซี แมดอฟฟ์ และปริศนามนุษย์พิลต์ดาวน์ สำรวจว่าชื่อเสียง ฝูงชน และสิ่งที่เราอยากเชื่อเปิดช่องให้การหลอกลวงได้อย่างไร พร้อมหนังสือ 6 เล่มชวนอ่านเกมความไว้ใจให้ทัน

GetBookieGetBookie14/10/2569 20:48 · อ่าน 4 ครั้ง
คนฉลาดก็ถูกหลอกได้: จิตวิทยาเบื้องหลังการต้มตุ๋น

ปี 1912 ชิ้นส่วนกะโหลกกับขากรรไกรจากอังกฤษถูกนำเสนอว่าเป็นหลักฐานสำคัญของบรรพบุรุษมนุษย์ เรื่องราวของ “มนุษย์พิลต์ดาวน์” เข้าไปอยู่ในวงสนทนาทางวิทยาศาสตร์ และใช้เวลาอีกหลายสิบปีกว่าการตรวจสอบจะเปิดโปงว่าชิ้นส่วนเหล่านั้นถูกปลอมแปลง

คนที่พบสิ่งผิดปกติมีอยู่ตั้งแต่ช่วงแรก แต่ความกังขายังไม่เพียงพอจะหยุดเรื่องเล่าที่ดูน่าเชื่อถือได้ทันที เหตุการณ์นี้ชวนให้ถามว่า ถ้าแม้แต่แวดวงที่ทำงานกับหลักฐานยังต้องเผชิญการหลอกลวง แล้วเราควรเข้าใจคำว่า “ดูออก” อย่างไร?

คำว่า คนฉลาดก็ถูกหลอกได้ ชวนให้มองการต้มตุ๋นผ่านเงื่อนไขที่คนคนหนึ่งกำลังตัดสินใจ ทั้งข้อมูลที่ได้รับ ความไว้ใจที่สะสมมา และเวลาที่มีให้ตรวจสอบ ความสามารถในการคิดมีคุณค่า แต่การรู้มากในเรื่องหนึ่งไม่ได้ทำให้ตรวจความจริงได้ครบทุกเรื่องเสมอไป

ลองเดินผ่านสำนักงานการเงินสองแห่งกับห้องเก็บหลักฐานอีกหนึ่งห้อง แล้วค่อยกลับมาดูหนังสือ 6 เล่มที่ช่วยให้เราอ่านเรื่องเหล่านี้ได้ลึกขึ้น การเชื่อมคดีกับจิตวิทยาต่อไปนี้เป็นกรอบสำหรับทำความเข้าใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยว่าผู้เสียหายทุกคนคิดหรือรู้สึกเหมือนกัน

บอสตัน: เมื่อเงินที่ได้รับกลายเป็นคำตอบให้ทุกข้อสงสัย

ในปี 1920 ชาร์ลส์ พอนซี ชักชวนผู้คนด้วยเรื่องการทำกำไรจากคูปองตอบรับไปรษณีย์ระหว่างประเทศ เขาอ้างถึงส่วนต่างของมูลค่าและเสนอผลตอบแทนสูงในเวลาสั้น แต่เงินที่ใช้จ่ายให้ผู้ลงทุนก่อนหน้ากลับมาจากเงินของผู้เข้าร่วมรายใหม่ ไม่ใช่กำไรจากธุรกิจตามที่กล่าวอ้าง

หน่วยตรวจสอบไปรษณีย์สหรัฐฯ บันทึกด้วยว่า เมื่อบางคนเห็นสิ่งที่คิดว่าเป็นผลตอบแทน ก็เอาเงินกลับมาลงอีก ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน พอนซีรับสารภาพความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงทางไปรษณีย์ เรื่องจบลงทางคดี แต่ชื่อของเขากลายเป็นชื่อเรียกแบบแผนการหลอกลวงที่ยังถูกพูดถึงต่อมา

ภาพวาดสมมติบรรยากาศสำนักงานยุคเก่า สื่อถึงความหวังและความไว้ใจ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงของคดีพอนซี

จุดที่น่าหยุดคิดคือ การได้เงินกลับมาครั้งหนึ่งพิสูจน์อะไรได้บ้าง? มันพิสูจน์ว่าเคยมีเงินถูกจ่าย แต่ยังไม่พิสูจน์ที่มาของเงินหรือความยั่งยืนของกิจการ หากคนรอบตัวก็บอกว่าได้รับเงินเหมือนกัน ความมั่นใจอาจยิ่งเพิ่มขึ้น ทั้งที่ทุกคนอาจกำลังเห็นผลจากแหล่งเดียวกัน

ในกรอบการโน้มน้าวใจที่โรเบิร์ต ชาลดินีอธิบาย การดูพฤติกรรมของคนอื่นเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเรียกว่า social proof โดยเฉพาะเมื่อเราไม่แน่ใจ การฟังประสบการณ์ผู้อื่นมีประโยชน์ในชีวิตประจำวัน แต่เสียงรับรองที่คล้ายกันจำนวนมากก็ยังต้องตรวจว่าเป็นหลักฐานอิสระจากกันหรือไม่

The Small Big การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงมหาศาล ของ Steve J. Martin, Noah J. Goldstein และ Robert B. Cialdini เป็นทางอ่านต่อเรื่องอิทธิพลของบริบทและวิธีนำเสนอข้อมูลต่อการตัดสินใจ หนังสือเน้นศาสตร์การโน้มน้าวในชีวิตและการทำงาน จึงช่วยเปิดมุมว่า “ข้อความเดียวกัน” อาจได้รับการตอบสนองต่างกันเมื่อสิ่งรอบข้อความเปลี่ยนไป

ปก The Small Big ฉบับภาษาไทยที่จำหน่ายใน GetBookie

อ่านคู่กับคดีพอนซีแล้ว คำถามที่น่าพกติดตัวคือ เรากำลังเชื่อเนื้อหาที่ตรวจสอบได้ หรือกำลังเชื่อความรู้สึกว่าใคร ๆ ก็ยอมรับเรื่องนี้ การเข้าใจการโน้มน้าวไม่ได้หมายความว่าการโน้มน้าวทุกแบบคือการโกง สิ่งสำคัญคือความจริง ความโปร่งใส และเสรีภาพของคนที่ถูกขอให้ตัดสินใจ

นิวยอร์ก: ชื่อเสียงช่วยให้ไว้ใจ แต่ใครเป็นคนตรวจหลักฐาน?

หลายทศวรรษต่อมา เบอร์นาร์ด แมดอฟฟ์ กลายเป็นศูนย์กลางคดีฉ้อโกงขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ เขาถูกจับในเดือนธันวาคม 2008 รับสารภาพครบ 11 ข้อหาในวันที่ 12 มีนาคม 2009 และถูกตัดสินจำคุก 150 ปีในวันที่ 29 มิถุนายนปีเดียวกัน ตามบันทึกของสำนักงานอัยการสหรัฐฯ

คำให้การของผู้ตรวจการ SEC ในปี 2009 ยังระบุถึงช่องโหว่ในการติดตามข้อมูลการซื้อขายจากแหล่งภายนอก และสรุปว่าการตรวจสอบอย่างเหมาะสมอาจเปิดโปงการฉ้อโกงได้ก่อนหน้านั้น ประเด็นนี้ทำให้เห็นว่าความเสียหายเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบตรวจสอบด้วย

เมื่อมองคดีที่เกี่ยวกับธุรกิจการเงิน เราอาจอยากถามว่า ทำไมคนจึงไม่ตรวจให้ดีกว่านี้ แต่การตรวจสอบมีหลายชั้น การรู้จักชื่อของผู้ให้บริการ การเห็นเอกสาร และการมีคนแนะนำ ยังต่างจากการยืนยันว่าข้อมูลในเอกสารมีหลักฐานรองรับจากแหล่งที่ตรวจสอบได้

ชื่อเสียงมักทำหน้าที่เป็นทางลัด เราใช้มันเพื่อตัดสินใจว่าจะเริ่มฟังใครก่อน ทางลัดเช่นนี้ช่วยให้ชีวิตดำเนินได้โดยไม่ต้องสืบสวนทุกคนตั้งแต่ศูนย์ ปัญหาเกิดเมื่อความน่าเชื่อถือของบุคคลกลายเป็นคำตอบแทนทุกคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เขากำลังเสนอ

ในทางจิตวิทยาการโน้มน้าว นี่เชื่อมกับอิทธิพลของ authority หรือความเป็นผู้มีอำนาจและความเชี่ยวชาญได้ แต่การใช้กรอบนี้อ่านคดีไม่ได้หมายความว่าเรารู้เหตุผลในใจของผู้เสียหายทุกราย สิ่งที่ตรวจได้ตรงกว่าคือ ระบบเปิดให้มีการยืนยันจากคนหรือหน่วยงานอื่นมากเพียงใด

ศิลปะการต้มตุ๋น — The Art of the Steal ของ Frank W. Abagnale พาไปดูเรื่องการฉ้อโกงและการปลอมแปลง พร้อมมุมป้องกันความเสียหาย เล่มนี้เหมาะกับคนอยากขยับจากคำถามว่า “คนโกงพูดอย่างไร” ไปดูด้วยว่าเอกสาร ขั้นตอน และจุดที่องค์กรเผลอไว้วางใจมีบทบาทอย่างไร

ปกศิลปะการต้มตุ๋น The Art of the Steal ฉบับที่จำหน่ายใน GetBookie

วิธีอ่านที่ได้ประโยชน์คือสังเกตว่ามีจุดไหนต้องพึ่งคำรับรองฝ่ายเดียว และจุดไหนตรวจแยกได้ ตัวอย่างด้านเทคโนโลยีในหนังสือเก่าอาจต่างจากระบบที่ใช้อยู่ภายหลัง จึงควรใช้เป็นพื้นฐานตั้งคำถาม แล้วตรวจแนวทางปัจจุบันกับผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

พิลต์ดาวน์: หลักฐานที่ดูเข้าที่เข้าทางเกินไป

กลับไปยังอังกฤษในปี 1912 ชาร์ลส์ ดอว์สันกับอาร์เทอร์ สมิธ วูดเวิร์ดนำเสนอสิ่งที่เรียกว่ามนุษย์พิลต์ดาวน์ ต่อมาในปี 1953 การตรวจสอบเปิดเผยว่าเป็นการประกอบชิ้นส่วนที่ไม่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตเดียวกันให้ดูเหมือนหลักฐานโบราณ

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งลอนดอนอธิบายว่า หลักฐานปลอมเกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนมนุษย์และอุรังอุตัง และย้ำด้วยว่ามีนักกายวิภาคบางคนสงสัยตั้งแต่แรก การเล่าเรื่องนี้ว่า “นักวิทยาศาสตร์ทุกคนเชื่อหมด” จึงทำให้ประวัติศาสตร์แบนเกินจริง

ภาพวาดสมมตินักวิจัยตรวจตัวอย่างในห้องพิพิธภัณฑ์ ไม่ใช่ภาพบุคคลหรือชิ้นส่วนจริงจากคดีพิลต์ดาวน์

สิ่งที่ชวนคิดคือ เมื่อหลักฐานใหม่ดูเข้ากับภาพที่เราคาดหวัง เราจะตรวจมันเข้มเท่ากับหลักฐานที่ขัดใจหรือเปล่า คำถามนี้ใช้สำรวจการตัดสินใจได้กว้าง แต่จะใช้ฟันธงว่าใครในประวัติศาสตร์ถูกอคติใดครอบงำโดยเฉพาะไม่ได้ หากไม่มีหลักฐานเพิ่ม

การตรวจสอบที่ทำให้ความเข้าใจเปลี่ยนจึงสำคัญพอ ๆ กับการค้นพบครั้งแรก เรื่องพิลต์ดาวน์แสดงทั้งความเสียหายของการปลอมแปลงและคุณค่าของการยอมกลับมาตรวจสิ่งที่เคยถูกยอมรับอีกครั้ง

กลลวงแก๊งต้มตุ๋น เจาะลึกเล่ห์เหลี่ยมกลโกงและจับพิรุธแก๊งปลอมแปลง หรือ Fakes & Forgeries ของ Judy Hindley และ Colin King ช่วยต่อประเด็นเรื่องของปลอมให้เห็นเป็นรูปธรรม ฉบับนี้มีภาพประกอบและหัวข้ออย่างภาพเขียนปลอม ลายเซ็น ภาพถ่าย และหลักฐานปลอมแปลง เหมาะกับคนที่ชอบเรียนรู้ผ่านรายละเอียดที่ต้องลองสังเกต

ปกกลลวงแก๊งต้มตุ๋น Fakes & Forgeries ฉบับที่จำหน่ายใน GetBookie

หนังสือเล่มนี้ให้เส้นทางอ่านเรื่องการตรวจวัตถุและร่องรอย ส่วนข้อมูลคดีพิลต์ดาวน์ข้างต้นตรวจจากเอกสารของพิพิธภัณฑ์ การอ่านสองส่วนประกอบกันช่วยให้เห็นว่า ความรู้สึกว่า “ดูเก่า” หรือ “ดูเป็นทางการ” ยังต้องมีวิธีตรวจรองรับ

เก่งในการให้เหตุผล ก็ยังต้องตรวจว่ากำลังให้เหตุผลกับอะไร

หลังรู้คำเฉลยของคดีแล้ว เรามีข้อได้เปรียบเหนือคนที่อยู่ในเหตุการณ์ เพราะรู้ว่าเรื่องไหนเท็จและควรสงสัยตรงไหน การย้อนกลับไปตัดสินคนอื่นจึงง่ายกว่าการตัดสินใจท่ามกลางข้อมูลที่ยังไม่ครบ

บทความทบทวนของ Keith Stanovich, Richard West และ Maggie Toplak ในปี 2013 อธิบายว่า ความโน้มเอียงในการประเมินหลักฐานเข้าข้างความเห็นเดิมของตน หรือ myside bias มีความสัมพันธ์กับสติปัญญาน้อยในงานที่พวกเขาทบทวน ข้อค้นพบนี้ชวนให้แยกความสามารถในการคิดออกจากการเปิดใจตรวจความเชื่อของตนเอง

อย่างไรก็ตาม งานนี้ไม่ได้วัดว่าคนฉลาดถูกต้มตุ๋นมากกว่าคนอื่น หรือพิสูจน์ว่าอคติทุกชนิดไม่เกี่ยวกับสติปัญญา ประเด็นที่นำมาคิดต่อได้คือ การให้เหตุผลได้ดีไม่ใช่หลักประกันว่าเราจะตรวจสมมติฐานตั้งต้นอย่างเป็นกลางเสมอไป

Thinking, Fast and Slow คิด, เร็วและช้า ของ Daniel Kahneman ให้กรอบอ่านเรื่องการคิดที่เกิดอย่างรวดเร็วกับการคิดที่ต้องใช้ความพยายามมากขึ้น เป็นภาพเปรียบเทียบของกระบวนการคิด ไม่ใช่การแบ่งคนเป็นประเภทฉลาดกับไม่ฉลาด หรือระบุว่าสมองมีห้องทำงานเพียงสองห้อง

ปกคิด เร็วและช้า ฉบับภาษาไทยที่จำหน่ายใน GetBookie

กรอบนี้ช่วยให้ลองสังเกตจังหวะที่เรารู้สึกว่าเข้าใจเรื่องหนึ่งทันที ความรู้สึกคุ้นเคยอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ในเรื่องที่มีผลตามมามาก เราอาจต้องมีข้อมูลเพิ่มก่อนยอมให้ความมั่นใจนั้นนำไปสู่การลงมือ

ถ้าชอบอ่านเป็นตอนสั้น ๆ 52 วิธีตัดสินใจให้ไม่พลาด — The Art of Thinking Clearly 2 ของ Rolf Dobelli ก็เป็นอีกทางหนึ่ง สารบัญพาไปสำรวจข้อผิดพลาดและเงื่อนไขที่เกี่ยวกับการตัดสินใจหลายแบบ เช่น การเชื่อสัญชาตญาณและการตั้งคำถามกับความคิดของตนเอง

ปก 52 วิธีตัดสินใจให้ไม่พลาด ฉบับที่จำหน่ายใน GetBookie

สองเล่มนี้อ่านต่อกันได้ในคนละจังหวะ เล่มหนึ่งให้ภาพกว้างของวิธีคิด อีกเล่มเหมาะกับการหยิบคำถามสั้น ๆ มาลองใช้ตรวจเหตุผลของตนเอง แต่การจำชื่ออคติได้มากก็ยังไม่รับประกันว่าเราจะรู้ทันมันในขณะที่กำลังเกิดขึ้น

ระบบที่ดีช่วยให้คนไม่ต้องเก่งอยู่ตลอดเวลา

หลังอ่านคดีเก่า เราอาจอยากตั้งใจว่าจะระวังตัวให้มากที่สุด แต่ชีวิตจริงมีวันที่ยุ่ง เหนื่อย หรือกลัว และการตัดสินใจสำคัญก็ไม่ได้รอให้เราอยู่ในสภาพพร้อมเสมอ

จึงน่าถามต่อว่า เราจะจัดขั้นตอนอย่างไรให้การตรวจสอบยังเกิดขึ้นได้ เช่น แยกข้อกล่าวอ้างออกเป็นรายการ ขอข้อมูลที่ตรวจแยกได้ และให้คนอีกคนประเมินก่อนฟังความเห็นของเรา วิธีเหล่านี้ทำให้ความระมัดระวังมีสิ่งช่วยพยุง มากกว่าพึ่งความมั่นใจเฉพาะหน้าอย่างเดียว

NOISE จุดด้อยของการตัดสินโดยมนุษย์ ของ Daniel Kahneman, Olivier Sibony และ Cass R. Sunstein ชวนมองความแปรปรวนที่ไม่พึงประสงค์ในการตัดสินเรื่องที่ควรได้รับการประเมินใกล้เคียงกัน พร้อมแนวคิดเรื่องการจัดกระบวนการตัดสินใจให้มีระเบียบ

ปก NOISE จุดด้อยของการตัดสินโดยมนุษย์ ฉบับที่จำหน่ายใน GetBookie

เล่มนี้ช่วยขยายคำถามจากความผิดพลาดของคนคนเดียวไปสู่สภาพแวดล้อมที่คนต้องตัดสินใจ โดยต้องแยกให้ชัดว่า noise ไม่ใช่คำเรียกรวมของการโกงหรืออคติทั้งหมด ความเชื่อมโยงกับบทความนี้อยู่ที่การสร้างขั้นตอนตรวจสอบ ซึ่งอาจช่วยลดการพึ่งดุลยพินิจครั้งเดียวเพียงลำพัง

เว้นที่ให้การตรวจสอบ และเว้นที่ให้คนมาขอความช่วยเหลือ

ภาพวาดสมมติเพื่อนสองคนช่วยกันทบทวนข้อมูล สื่อถึงการขอความช่วยเหลือโดยไม่ถูกตำหนิ

คำเตือนของคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐฯ หรือ FTC เน้นสัญญาณที่พบในการหลอกลวง เช่น การเร่งให้ทำทันที การสั่งให้ปิดบังคนอื่น และการพยายามไม่ให้วางสาย สิ่งเหล่านี้น่าสังเกตเพราะทำให้โอกาสคิดและตรวจจากแหล่งอื่นลดลง

เมื่อเจอการติดต่อที่ทำให้กลัวหรือถูกเร่ง ลองหยุดการสนทนาก่อน แล้วติดต่อหน่วยงานที่ถูกอ้างชื่อผ่านช่องทางทางการที่ค้นหาเอง แยกจากเบอร์หรือลิงก์ที่อีกฝ่ายส่งมา หากมีคนที่ไว้ใจได้ช่วยดูข้อมูล ก็เล่ารายละเอียดให้เขาฟังก่อนลงมือทำสิ่งที่ย้อนกลับยาก

สำหรับคนที่มาขอความช่วยเหลือ การเริ่มด้วยการฟังและช่วยเก็บข้อเท็จจริงเปิดทางให้ตรวจสอบได้มากกว่าการซ้ำเติมว่า “แค่นี้ก็ดูไม่ออกหรือ” หากมีความเสียหายเกิดขึ้น ควรติดต่อผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานรับแจ้งเหตุผ่านช่องทางทางการโดยเร็ว

พอนซีทำให้เราเห็นว่าการจ่ายเงินครั้งก่อนอาจถูกเข้าใจเป็นหลักฐานของธุรกิจ แมดอฟฟ์ชวนให้ตรวจความสัมพันธ์ระหว่างชื่อเสียงกับการยืนยันข้อมูล ส่วนพิลต์ดาวน์เตือนว่าหลักฐานที่ดูเข้ากับเรื่องเล่าก็ต้องเปิดให้ทดสอบได้

หนังสือทั้ง 6 เล่มไม่ได้ให้เกราะที่รับรองว่าจะไม่มีวันถูกหลอก แต่ช่วยเพิ่มคำถามที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะคำถามสั้น ๆ ว่า “เรื่องนี้มีอะไรยืนยันได้จากนอกวงสนทนานี้บ้าง?” บางครั้งการกล้าถามข้อนี้ และยอมให้คนอื่นช่วยตรวจคำตอบ อาจสำคัญกว่าการพยายามพิสูจน์ว่าเราเป็นคนที่ดูทุกอย่างออกเสมอ

สินค้าที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

ประวัติศาสตร์ทั่วไป

ดูทั้งหมด
รหัสสินค้า57208643

Music of the Masters

สดับพิณ รัตนเรือง
ประวัติศาสตร์
รหัสสินค้า237544

คนมอญ

พิสัณห์ ปลัดสิงห์
ประวัติศาสตร์
รหัสสินค้า229905

กำเนิดมนุษย์

สมฤทธิ์ บัวระมวล
สารคดี ความรู้รอบตัว
รหัสสินค้า229413

Glaucoma

พ.ญ.สการ์รัตน์ คุณาวิศรุต
ภาษาศาสตร์

จิตวิทยาทั่วไป

ดูทั้งหมด
รหัสสินค้า233716

คนรู้ใจ

ดนัย จันทร์เจ้าฉาย
จิตวิทยา พัฒนาตนเอง

อ่านต่อเรื่องอื่น

ดูบทความทั้งหมด
นิยายที่ทำนายอนาคตได้อย่างน่าขนลุก เรื่องบังเอิญหรือจินตนาการที่ล้ำยุค?
14/10/2569 20:14 · อ่าน 3 ครั้ง

นิยายที่ทำนายอนาคตได้อย่างน่าขนลุก เรื่องบังเอิญหรือจินตนาการที่ล้ำยุค?

จากการยิงคนไปดวงจันทร์ถึงสังคมที่ถูกเฝ้ามอง ย้อนรอยนิยาย 6 เล่มที่ทำให้โลกภายหลังดูคล้ายหน้าหนังสือเก่า พร้อมแยกความบังเอิญ จินตนาการล้ำยุค และคำเตือนที่ยังชวนขนลุก

ทำไมนิยายสืบสวนถึงทำให้เราหยุดอ่านไม่ได้?
14/10/2569 16:54 · อ่าน 5 ครั้ง

ทำไมนิยายสืบสวนถึงทำให้เราหยุดอ่านไม่ได้?

แกะกลวิธีวางเบาะแส จังหวะจบบท และการหักมุม ผ่านนิยายสืบสวน 6 เล่ม ตั้งแต่โฮล์มส์และปัวโรต์ถึงนิยายญี่ปุ่น ชวนอ่านงานเขียนให้สนุกขึ้นโดยไม่เปิดเผยคำเฉลยสำคัญ

ทำไมมนุษย์ถึงเริ่มสะสมสิ่งของ? จากของหายากสู่หนังสือที่รัก
14/10/2569 14:53 · อ่าน 6 ครั้ง

ทำไมมนุษย์ถึงเริ่มสะสมสิ่งของ? จากของหายากสู่หนังสือที่รัก

เปลือกหอยจากแดนไกล ตู้ของแปลก และหนังสือปกเก่าที่อยากเก็บไว้ ชวนย้อนประวัติศาสตร์การสะสมจากความพิศวงสู่แหล่งความรู้ แล้วกลับมามองคุณค่าบนชั้นหนังสือ ผ่านหนังสือสายความเชื่อและวัตถุมงคล 6 เล่ม

ทำไมมนุษย์ถึงเชื่อเรื่องโชคลาง แม้ในยุคที่วิทยาศาสตร์ก้าวหน้า?
14/10/2569 14:30 · อ่าน 6 ครั้ง

ทำไมมนุษย์ถึงเชื่อเรื่องโชคลาง แม้ในยุคที่วิทยาศาสตร์ก้าวหน้า?

รู้ว่าเสื้อสีหนึ่งไม่ได้กำหนดอนาคต แต่วันสำคัญก็ยังอยากใส่สีมงคล ชวนเข้าใจจิตวิทยาของโชคลางอย่างเคารพ ตั้งแต่ความไม่แน่นอน การมองหารูปแบบ ไปจนถึงความหมายของพิธีกรรม พร้อมหนังสือหมวดความเชื่อ 6 เล่มให้อ่านต่อ

ตั้งค่าคุกกี้

ดูรายละเอียดของแต่ละประเภทได้ที่ นโยบายคุกกี้