ลดพิเศษ 20%-50%
รูปที่ 1 จาก 6
ภาพผ่านกระจกหม่นมัว
ลดพิเศษ 20%-50%ภายใน 9 วัน 9 ชม. 51 นาที
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
ภาพผ่านกระจกหม่นมัว ของ โยสไตน์ กอร์เดอร์ เล่มนี้พาเรามาทำความรู้จักกับ "เอเรียล" เทวดาองค์น้อยที่พระเจ้าส่งลงมาเป็นเพื่อนกับ "ซีซิเลีย" เด็กหญิงที่ป่วยด้วยโรคที่ไม่อาจเยียวยาได้ ในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนที่เธอจะจากไป
ระหว่างที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน เอเรียลพาซีซิเลียออกท่องไปในโลกของจินตนาการ และชวนเธอตั้งคำถามกับเรื่องต่างๆ ที่เธอไม่เคยฉุกคิดมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทวดาบนดวงจันทร์ เรื่องของอาดัมและอีฟ หรือเรื่องของเด็กที่เพิ่งเกิดมา คำถามเหล่านี้ค่อยๆ ทำให้ซีซิเลียมองเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ในแบบที่เธออาจไม่เคยสัมผัสมาก่อน
อีกด้านหนึ่ง บทสนทนาระหว่างทั้งสองก็ออกมาในลักษณะที่ชวนให้ขบคิดอยู่ไม่น้อย เพราะเอเรียลนั้นไม่มีชีวิตเนื้อหนัง ไม่รู้จักรสชาติ ไม่รู้สึกถึงความร้อนหนาว และไม่รู้จักความหิว ในขณะที่ซีซิเลียต้องคอยเล่าประสบการณ์ของโลกแห่งเนื้อหนังที่เธอมีให้เอเรียลฟัง ราวกับเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้ที่มีชีวิตกับผู้ที่ไม่มี
แก่นสำคัญที่หนังสือเล่มนี้หยิบขึ้นมาคือความคิดที่ว่า มนุษย์เรามองเห็นสิ่งต่างๆ เพียงเสมือน "ภาพผ่านกระจกหม่นมัว" จึงมักมองไม่เห็นว่าสวรรค์นั้นอยู่บนโลกนี้แล้ว และชีวิตก็เป็นพรที่พระเจ้ามอบให้ คำโปรยท้ายเล่มยังชวนให้ฉุกคิดว่า แม้นักวิชาการจะเชื่อว่าตนรู้ความลับของธรรมชาติผ่านกล้องจุลทรรศน์และกล้องดูดาว แต่แท้จริงแล้วอาจเข้าใจเพียงเสี้ยวเดียว เพราะสิ่งทั้งหลายล้วนถูกมองผ่านกระจกที่หม่นมัว
ด้วยเหตุนี้ ภาพผ่านกระจกหม่นมัว จึงเป็นหนังสือที่แตะทั้งเรื่องความตาย ความสัมพันธ์ และคำถามเชิงปรัชญาในวรรณกรรมไปพร้อมกัน แม้จะอยู่ในหมวดวรรณกรรมเยาวชนและนวนิยายแปล แต่เนื้อหาก็ชวนให้ผู้ใหญ่หลายคนที่หยิบขึ้นมาอ่านได้คิดตามไปด้วย
ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเรื่องเล่าเรียบง่ายระหว่างเด็กคนหนึ่งกับเพื่อนผู้มาจากที่อื่น และอยากลองค่อยๆ คิดตามบทสนทนาที่ถามถึงความหมายของการมีชีวิต ก็น่าจะลองเปิดหนังสือเล่มนี้ดูสักครั้ง แล้วปล่อยให้คำถามของเอเรียลกับคำตอบของซีซิเลียพาไปตามทางของมันเอง




















