รูปที่ 1 จาก 9
สาส์นสมเด็จ เล่ม 9 พ.ศ.2479 (เม.ย.-ก.ย.)
ลดพิเศษ 20%-50%ภายใน 1 วัน 5 ชม. 22 นาที
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
สาส์นสมเด็จ เล่ม 9 พ.ศ.2479 (เม.ย.–ก.ย.) รวมลายพระหัตถ์รายวันตลอดครึ่งปีหลังของพุทธศักราช 2479 ซึ่งเป็นช่วงที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเล่าเรื่องเที่ยวเมืองพะม่าเป็นชุดต่อเนื่องกัน ไล่เรียงตั้งแต่ตอนที่ 2–3 ว่าด้วยเที่ยวเมืองหงสาวดีในเดือนเมษายน ต่อด้วยตอนที่ 4 เรื่องเที่ยวเมืองมัณฑเลซึ่งกินเวลาตั้งแต่พฤษภาคมถึงกรกฎาคม ตอนที่ 5 ว่าด้วยเมืองมัณฑเลภาคปลายในเดือนสิงหาคม และปิดท้ายด้วยตอนที่ 6 ที่เป็นวินิจฉัยเคราะห์กรรมเมืองพะม่าในเดือนกันยายน
ในหลายวันยังมีลายพระหัตถ์ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์โต้ตอบกลับไปมา ทำให้หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงบันทึกการเดินทางฝ่ายเดียว แต่เป็นบทสนทนาทางปัญญาระหว่างสองพระองค์ที่ผลัดกันแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องราวเบื้องหน้า ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือลายพระหัตถ์วันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2479 ซึ่งกล่าวถึงการขออนุญาตพิมพ์กฎมณเฑียรบาลพะม่า ฉบับที่แปลถวายเพื่อเป็นหนังสือแจกในงานศพ การอภิปรายเรื่องการพิมพ์โดยหอพระสมุดฯ และกรมศิลปากร ตลอดจนชุดลัทธิธรรมเนียมต่าง ๆ และยังกล่าวถึงหนังสือจุลยุทธการวงศ์ พร้อมทั้งส่งเรื่องเที่ยวเมืองพะม่า ตอนที่ 6 ซึ่งมีรูปพระเจ้ามินดงและข้อสังเกตเรื่องอาภรณ์ของพระเจ้าแผ่นดินพะม่า
ด้วยเหตุนี้ เล่มนี้จึงพาผู้อ่านไปพบทั้งภูมิทัศน์และเรื่องราวของเมืองหงสาวดีและเมืองมัณฑเล ผ่านสายตาของผู้ที่ศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างลึกซึ้ง ควบไปกับแง่มุมว่าด้วยขนบธรรมเนียมและการพิมพ์หนังสือทางวิชาการในสมัยนั้น เนื้อหาจึงเป็นคลังแห่งความรู้ที่ผสานตำนาน ประวัติศาสตร์ โบราณคดี อักษรศาสตร์ และศิลปศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
หากคุณสนใจการเดินทางทางความคิดของสองสมเด็จฯ และอยากติดตามว่าทั้งสองพระองค์ทรงแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องเมืองพะม่าและเรื่องหนังสือต่าง ๆ กันอย่างไร เล่มนี้ชวนให้ค่อย ๆ อ่านลายพระหัตถ์ไปทีละวัน แล้วปล่อยให้รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ พาไปรู้จักผู้คนและบ้านเมืองในอดีตอย่างใกล้ชิดขึ้น



















