ลดพิเศษ 20%-50%
รูปที่ 1 จาก 6
ชอบไหม
บ้านพิลึก
ลดพิเศษ 20%-50%ภายใน 6 วัน 20 ชม. 29 นาที
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
บ้านพิลึกเล่าผ่านสายตาและความคิดของเกี้ยว เด็กหญิงวัยสิบขวบที่เริ่มสงสัยว่าบ้านของตัวเอง “พิลึก” อย่างที่บอยเพื่อนข้างบ้านชอบล้อจริงหรือเปล่า เพราะบ้านของบอยนั้นใหญ่โต มีของมีค่ามากมาย พ่อขับรถยนต์ แม่แต่งตัวตามแฟชั่น ขณะที่บ้านของเกี้ยวเป็นครอบครัวเล็ก ๆ สี่คน พ่อมีอาชีพดูแลเครื่องสูบน้ำบาดาลและปั่นจักรยานไปทำงานด้วยกระดิ่งที่มีเสียงเป็นเพลง แม่เป็นแม่บ้านที่ชอบนุ่งโจงกระเบนและทำขนมไทยโบราณ ส่วนพี่แก้วพี่สาวก็เลี้ยงตุ๊กแกไว้เป็นสัตว์เลี้ยง บ้านหลังนี้ยังมีแปลงผักอยู่หน้าบ้านและสวนเล็ก ๆ อยู่หลังบ้าน ไม่มีโทรทัศน์ในบ้าน เพราะพ่อเลือกให้ตอนค่ำเป็นเวลาของการซ้อมดนตรีไทยและอ่านหนังสือมากกว่า
เรื่องราวพาเราไปรู้จักวิถีชีวิตของครอบครัวนี้ผ่านเหตุการณ์หลากหลาย ทั้งวันที่เกี้ยวต้องไปดูโทรทัศน์ที่บ้านบอยเพราะครูสั่งให้เขียนความเรียงเกี่ยวกับรายการที่ชอบ แล้วพบว่าทุกคนในบ้านนั้นเอาแต่จ้องจอจนไม่มีใครพูดคุยกันเลย จนเมื่อถึงช่วงโฆษณาเสียง chatter จึงดังขึ้น ทั้งคู่บ้านที่เคยถูกโจรขึ้นและขนข้าวของมีค่าออกไปจนหมด กับบ้านของเกี้ยวที่แม้โจรจะขึ้นบ้านเช่นกันแต่กลับไม่หยิบอะไรไปเลย ก่อนจะถูกชั้นหนังสือทับและได้ฟังคำอธิบายจากพ่อของเกี้ยวว่าหนังสือคือความรู้ซึ่งเป็นทรัพย์ที่มีค่ายิ่งกว่า
อีกตอนที่น่าสนใจคือเมื่อชินหยุ นักเรียนแลกเปลี่ยนจากญี่ปุ่นได้มาพักอยู่ที่บ้านของเกี้ยวเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมไทย เด็กหญิงผิวขาวน่ารักคนนี้กลับชอบไปเที่ยวบ้านยายที่ชนบทและเขียนเรียงความชื่นชมจนเพื่อน ๆ ประทับใจ แต่เกี้ยวกลับรู้สึกอายจนคิดจะย้ายโรงเรียน ความรู้สึกสับสนนี้ค่อย ๆ คลี่คลายเมื่อคนรอบข้างเริ่มหันมาสนใจสูตรขนมไทย การนุ่งโจงกระเบน การเล่นดนตรีไทย และการปลูกผักแบบเดียวกับครอบครัวของเกี้ยว ไปจนถึงวันที่พ่อแม่ของเกี้ยวได้รับรางวัลพ่อแม่ตัวอย่าง และแม้แต่แม่ของบอยกับบอยเองก็เริ่มสนใจผ้าไทยและทำแปลงปลูกผักของตัวเอง
นี่คือเรื่องราวอบอุ่นที่ชวนมองว่าความเจริญของชีวิตวัดกันที่อะไร ระหว่างความทันสมัยที่แข่งขันกันไม่รู้จบ กับความสุขเรียบง่ายที่เกิดจากการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเข้าใจ ถ้าคุณกำลังคิดถึงบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความผูกพันแบบไทย ๆ ลองเปิดบ้านพิลึกหลังนี้ดูสิ บางทีคุณอาจพบว่าความ “พิลึก” ที่ใครต่อใครพูดถึงนั้น แท้จริงแล้วคือความอบอุ่นที่เราอยากกลับไปหา



















