รายละเอียดหนังสือ
หนังสือเล่มนี้พาเราทำความรู้จักหลวงพ่ออุตตมะ พระเกจิชื่อดังแห่งสังขละบุรี ผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมอญพลัดถิ่นและผู้คนริมชายแดนไทย-พม่า ท่านไม่ได้เป็นเพียงพระนักปฏิบัติที่เคร่งในศีลวัตร หากยังเป็นผู้ลงมือสร้างชุมชน โรงเรียน โรงพยาบาล และวัดหลายแห่ง ตลอดจนเป็นผู้ริเริ่มสร้างสะพานไม้อุตตมานุสรณ์หรือสะพานมอญที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่ พร้อมทั้งบูรณะวัดและเจดีย์ต่าง ๆ จนได้รับสมญาว่าเป็นเจดีย์องค์ที่สี่แห่งสังขละบุรี
ชีวิตของท่านเริ่มจากหมู่บ้านโมกกะเนียง จังหวัดมะละแหม่ง ประเทศพม่า เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2453 เดิมมีชื่อว่าเอหม่อง ท่านบวชเป็นเณรเมื่ออายุ 18 ปี และบวชเป็นพระใน พ.ศ. 2476 สอบได้เปรียญธรรม 8 ประโยคที่พม่า หลังจากนั้นเริ่มออกธุดงค์ใน พ.ศ. 2486 และจำพรรษาถาวรในประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2492 เส้นทางจากเด็กชายในหมู่บ้านมอญสู่พระผู้เป็นที่พึ่งของชุมชนสะท้อนความมุ่งมั่นทางศาสนาและความผูกพันกับผู้คนที่พลัดบ้านเกิด
อีกแง่มุมหนึ่งที่หนังสือเล่มนี้นำเสนอคือการที่หลวงพ่ออุตตมะวางกฎ 3 ข้อให้ชาวบ้านวังกะถือปฏิบัติ ได้แก่ ห้ามดื่มสุรา ห้ามเล่นการพนัน และห้ามลักทรัพย์หรือผิดลูกเมียผู้อื่น จนหมู่บ้านวังกะกลายเป็นชุมชนในอุดมคติทางพุทธศาสนา กฎง่าย ๆ เหล่านี้ไม่ใช่เพียงข้อห้าม หากเป็นกรอบที่หล่อหลอมความไว้ใจและความสงบร่วมกันของผู้คน
เรื่องราวของท่านยังเชื่อมโยงกับปัญหาผู้อพยพและคนไร้สัญชาติ ณ ชายแดนไทย-พม่า ทั้งการอพยพของชาวมอญหลังพายุไต้ฝุ่นและสงครามใน พ.ศ. 2492 ซึ่งยังคงเป็นโจทย์ค้างคาของสังคมไทยจนถึงวันนี้ หนังสือจึงไม่ได้เล่าประวัติบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่พาเรามองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ชุมชน และความอยู่รอดของผู้คนชายขอบ
ถ้าใครสนใจเส้นทางของพระนักสร้างที่ผูกชีวิตไว้กับชาวมอญและชายแดนไทย-พม่า ลองเปิดเล่มนี้เพื่อค่อย ๆ ติดตามว่าท่านรับมือกับความท้าทายของชุมชนและผู้คนพลัดถิ่นอย่างไร น่าจะเป็นมุมที่ชวนให้คิดต่อได้ไม่น้อยเลย




