รูปที่ 1 จาก 13
ชอบไหม
บันทึก อานันทมหิดล ยุวกษัตริย์พระองค์แรกในระบอบประชาธิปไตย
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
บันทึก อานันทมหิดล ยุวกษัตริย์พระองค์แรกในระบอบประชาธิปไตย โดยราชทิตย์ ภพสยบ ชวนเราย้อนกลับไปทำความเข้าใจชีวิตและรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ผู้ขึ้นครองราชสมบัติตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ทำให้พระมหากษัตริย์ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและมีคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินในระยะแรก
เรื่องราวเริ่มจากเบื้องหลังพระราชสมภพในต่างแดน สายสัมพันธ์กับพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนีซึ่งผูกพันกับวงการแพทย์ไทย ตลอดจนพระเชษฐภคินีและพระอนุชาที่เติบโตมาด้วยกัน ก่อนจะเล่าถึงช่วงเวลาที่พระองค์เสด็จนิวัตกลับสู่ประเทศไทยและได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชน นับเป็นห้วงเวลาสั้น ๆ ที่พระองค์ได้ใกล้ชิดและรับฟังทุกข์สุขของราษฎรด้วยพระเมตตาและจริยวัตรเรียบง่าย ภาพของยุวกษัตริย์ที่ประชาชนรอคอยจึงค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นผ่านพระราชดำรัสและพระราชกรณียกิจที่ปรากฏในบันทึก
เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองยุติและพระองค์เสด็จกลับมาในฐานะพระมหากษัตริย์ที่บรรลุนิติภาวะเต็มพระองค์ หนังสือพาไปสำรวจบทบาทของพระองค์ในการสร้างความปรองดองให้แก่ชาติ โดยเฉพาะการเสด็จเยี่ยมย่านสำเพ็งท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างคนไทยและชาวจีนในยุคนั้น ซึ่งสะท้อนพระวิสัยทัศน์ในการเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนต่างเชื้อชาติให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบ อีกทั้งยังกล่าวถึงการพระราชทานวินิจฉัยให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับหนึ่งเป็นหลักในการปกครองประเทศ ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของการวางรากฐานระบอบประชาธิปไตยในช่วงเวลานั้น
อีกด้านหนึ่งที่บันทึกให้ความสำคัญคือคุณูปการต่อวงการแพทย์และการศึกษาไทย จากพระราชปรารภที่นำไปสู่การก่อกำเนิดโรงเรียนแพทย์อีกแห่งเพื่อช่วยเหลือและอำนวยประโยชน์สุขแก่ประชาชน จนวันที่ ๙ มิถุนายนได้รับการกำหนดให้เป็นวันอานันทมหิดลเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อแผ่นดิน
และแล้วบันทึกก็มาถึงเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด เช้าวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นในห้องพระบรรทม ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ภายในพระบรมมหาราชวัง ก่อนที่มหาดเล็กจะพบว่าพระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว หนังสือถ่ายทอดบรรยากาศความโศกสลดที่แผ่ไปทั่วเมือง ทั้งเสียงร่ำไห้และความเงียบงันของผู้คน รวมถึงรายละเอียดว่าข่าวการสวรรคตถูกปิดไม่ให้สมเด็จพระพันวัสสาทรงทราบ และมีหญิงจีนร้องไห้เมื่อได้ยินข่าว
ปฏิกิริยาของบ้านเมืองหลังเหตุการณ์ก็ถูกบันทึกไว้อย่างละเอียด สมาคมพาณิชย์จีนและสมาคมพ่อค้าจีนจัดการประชุมพิเศษให้พ่อค้าขายเครื่องไว้ทุกข์ในราคาถูกเพื่อแสดงความจงรักภักดี ขณะที่หนังสือพิมพ์ร่วมสมัยลงข่าวด้วยถ้อยความโศกสลด และวันสวรรคตถูกพรรณนาว่าปกคลุมด้วยเมฆสีดำเป็นระยะ ความสะเทือนใจยังแผ่ขยายออกไปนอกประเทศ เมื่อวิทยุสิงคโปร์หยุดออกอากาศสองวัน บีบีซีหยุดครึ่งนาที หนังสือพิมพ์อังกฤษทุกฉบับถวายพระเกียรติอย่างเต็มที่ และมีสาสน์แสดงความเสียใจจากรัฐบาลอังกฤษ สถานทูตอังกฤษ กองทัพอังกฤษในประเทศไทย ตลอดจนรัฐบาลอเมริกันที่ส่งความโทมนัสถึงประชาชนชาวไทย
ทั้งหมดนี้ทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นบันทึกที่รวมทั้งชีวิตในฐานะยุวกษัตริย์ ห้วงเวลาสั้น ๆ ของการครองราชย์ และความสะเทือนใจครั้งใหญ่ของชาติไว้ในที่เดียวกัน หากคุณสนใจเบื้องหลังประวัติศาสตร์การเมืองไทยและเรื่องราวของรัชกาลที่ ๘ ในมุมที่ใกล้ชิดผู้คน ลองเปิดบันทึกเล่มนี้แล้วค่อย ๆ สังเกตว่าพระราชกรณียกิจและความทรงจำของผู้คนในยุคนั้นถูกเล่าและจดจำไว้อย่างไร





















