รูปที่ 1 จาก 14
บทเพลงดับไฟใต้ ปลายด้ามขวาน - อ.สุริยะ ตะวันฉาย
ลดพิเศษ 20%-50%ภายใน 1 วัน 2 ชม. 25 นาที
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
หนังสือ "บทเพลงดับไฟใต้ ปลายด้ามขวาน" เล่มนี้เป็นงานที่ สุริยะ ตะวันฉาย ผู้ได้รับการเรียกขานว่าเป็นศิลปินทูตสันติภาพ ได้บันทึกเรื่องราวร่วมกับ ธัญวรัตม์ คงสังข์ ที่ช่วยเรียบเรียงเนื้อหาไว้อย่างเป็นระบบ โดยจัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2551
ภายในเล่มเป็นการรวบรวมโครงการ เรื่องราวจริง บทกวี และบทเพลงที่ล้วนเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสันติภาพในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ผู้อ่านจะได้พบกับเรื่องเล่าที่ถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองของผู้คนในพื้นที่ ผ่านทั้งตัวอักษรและเสียงเพลงที่ประสานเข้าด้วยกัน
สารบัญของหนังสือยังสะท้อนให้เห็นขอบเขตเนื้อหาที่หลากหลาย ทั้งเส้นทางสู่สันติภาพ ซึนามิ กีตาร์กล่อมโจร นกกระดาษ ขายเสียงเลี้ยงเพื่อน วีรกรรมนาวิกโยธิน ตังหยงลิมอ สันติภาพดุซงญอ ครูจูหลิง และญาลันนันบารู แต่ละหัวข้อล้วนเป็นเรื่องราวที่ชวนให้คิดถึงชีวิต ความสูญเสีย และความพยายามของคนในสังคมที่กำลังเผชิญกับความขัดแย้ง
ในแง่ของหัวข้อที่หนังสือพูดถึง ห้องสมุดได้จัดหมวดไว้อย่างน่าสนใจ ทั้งเรื่องความขัดแย้งทางสังคมในภาคใต้ของไทย การก่อการร้าย ภาวะสังคมของพื้นที่ภาคใต้ เพลงเพื่อสันติภาพ และบทบาทของทูตสันติภาพ ซึ่งล้วนเป็นแกนสำคัญที่ร้อยเรียงเรื่องราวทั้งหมดไว้ด้วยกัน
จุดเด่นอีกประการของหนังสือเล่มนี้คือการนำเสนอเรื่องราวผ่านทั้งเพลง บรรยายด้วยภาพ ตามคำโปรยบนปกที่ว่า "เปิดใจไขปริศนา เบื้องหน้า เบื้องหลัง เหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ 3 มิติ ... บรรยายด้วยเพลง บรรเลงด้วยภาพ" ทำให้ผู้อ่านได้ทำความรู้จักเหตุการณ์และความรู้สึกของคนในพื้นที่ผ่านมุมมองที่อ่อนโยนกว่าการรายงานข่าวทั่วไป
สำหรับผู้อ่านที่สนใจเรื่องราวของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะในฐานะคนที่อยากเข้าใจความขัดแย้งผ่านเสียงของคนในพื้นที่ หรือคนที่มองหาหนังสือที่ผสมผสานเรื่องเล่า บทกวี และบทเพลงไว้ด้วยกัน เล่มนี้อาจเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่ชวนให้ลองเปิดใจติดตามดูว่า สันติภาพในสายตาของคนที่อยู่ตรงนั้นถูกมองและถ่ายทอดออกมาอย่างไร



















