ปกหนังสือ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ฉบับลงประชามติ
ทั้งหมด 5 เล่ม

หนังสือปกเดียวกันร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ฉบับลงประชามติ

รายละเอียดหนังสือ

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ฉบับลงประชามติ คือเอกสารว่าด้วยรัฐธรรมนูญฉบับที่ 18 ของไทย ซึ่งจัดทำโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ขึ้นมาหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในปี 2549 ก่อนจะนำออกเผยแพร่ให้ประชาชนได้ศึกษาก่อนการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2550 และผ่านความเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากของผู้ที่มาใช้สิทธิ ก่อนจะประกาศใช้เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ปีเดียวกัน โดยแทนที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2549

เนื้อหาสาระของร่างฉบับนี้วางอยู่บนเจตนารมณ์สำคัญหลายประการ ทั้งการธำรงไว้ซึ่งเอกราชและความมั่นคงของรัฐ การให้ทุกศาสนาสถิตสถาพร การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะประมุขและมิ่งขวัญของชาติ ตลอดจนการยึดถือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเป็นวิถีทางในการปกครองประเทศ

อีกหัวใจหนึ่งที่ปรากฏชัดคือการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เปิดให้ประชาชนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการปกครอง รวมถึงมีส่วนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างเป็นรูปธรรม มีการกำหนดกลไกของสถาบันทางการเมืองทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารให้มีดุลยภาพและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามวิถีการปกครองแบบรัฐสภา ขณะเดียวกันก็ให้สถาบันศาลและองค์กรอิสระอื่นสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยสุจริตเที่ยงธรรม

ในเชิงโครงสร้าง ร่างฉบับนี้ประกอบด้วยบทบัญญัติรวม 309 มาตรา เริ่มจากหมวดบททั่วไปที่วางหลักว่าประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย โดยพระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

สำหรับกลไกฝ่ายนิติบัญญัติ ร่างนี้กำหนดให้รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีสมาชิกจากการเลือกตั้งรวม 480 คน แบ่งเป็นแบบแบ่งเขต 400 คน และแบบสัดส่วน 80 คน กับวุฒิสภาจำนวนรวม 150 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดและจากการสรรหา ส่วนฝ่ายบริหารกำหนดให้คณะรัฐมนตรีประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีหนึ่งคนและรัฐมนตรีไม่เกิน 35 คน

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมในเวลาต่อมารวมสองครั้ง ทั้งประเด็นระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ก่อนจะสิ้นสุดผลบังคับใช้ในปี 2557 เอกสารฉบับนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่บันทึกทั้งถ้อยคำหลักการและกลไกการปกครองที่ผ่านการตัดสินใจของผู้คนจำนวนมาก หากคุณสนใจการเมืองการปกครองหรืออยากทำความเข้าใจที่มาของกฎหมายสูงสุดฉบับหนึ่งของบ้านเรา ลองเปิดอ่านทีละหมวดทีละมาตราแล้วค่อย ๆ ขบคิดตามดูว่าแต่ละบทบัญญัติวางน้ำหนักไว้ตรงไหนและสะท้อนความคิดของผู้ร่างอย่างไร

บทความที่เกี่ยวข้อง

โลกดิสโทเปียในนิยาย ทำไมเรื่องแต่งบางเรื่องถึงดูคล้ายโลกปัจจุบัน
19/10/2569 21:58 · อ่าน 8 ครั้ง

โลกดิสโทเปียในนิยาย ทำไมเรื่องแต่งบางเรื่องถึงดูคล้ายโลกปัจจุบัน

สำรวจอำนาจ ข้อมูล ความสุข และสิทธิในการเลือกชีวิต ผ่านโลกดิสโทเปียที่ดูคุ้นตา พร้อมเส้นทางอ่านนิยายและหนังสือที่เกี่ยวข้อง 20 เรื่อง โดยไม่เฉลยจุดหักมุมสำคัญ

อาชีพที่หายไปจากโลกจริงหรือ? ย้อนดูงานแปลกที่คนในอดีตเคยทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ
13/10/2569 13:50 · อ่าน 23 ครั้ง

อาชีพที่หายไปจากโลกจริงหรือ? ย้อนดูงานแปลกที่คนในอดีตเคยทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ

คนปลุกให้ตื่น คนตัดน้ำแข็ง และคนตั้งพินโบว์ลิ่งเคยเป็นงานจริง ชวนย้อนดูอาชีพที่เทคโนโลยีและชีวิตเมืองทำให้เปลี่ยนไป ผ่านหนังสือ “กุลีลากรถ กับประวัติศาสตร์แรงงานไทย” พร้อมเกร็ดที่ทำให้เรื่องงานเก่าสนุกและใกล้ตัวกว่าที่คิด

หนังสือที่ไม่มีใครอ่านออก: ปริศนาต้นฉบับวอยนิช
13/10/2569 10:38 · อ่าน 23 ครั้ง

หนังสือที่ไม่มีใครอ่านออก: ปริศนาต้นฉบับวอยนิช

ตามรอยต้นฉบับลึกลับผ่าน “รหัสลับดาวินชี” จากภาพพืชและอักษรแปลกตา สู่หลักฐานเรื่องอายุแผ่นหนังและลายมือ พร้อมคำถามว่าการเห็นเบาะแสต่างจากการถอดรหัสสำเร็จอย่างไร

ใครเป็นคนคิดค้นวันหยุดสุดสัปดาห์? ทำไมเราถึงทำงานห้าวันและหยุดสองวัน
13/10/2569 09:48 · อ่าน 18 ครั้ง

ใครเป็นคนคิดค้นวันหยุดสุดสัปดาห์? ทำไมเราถึงทำงานห้าวันและหยุดสองวัน

จากวันพักทางศาสนา การต่อรองของแรงงาน ถึงโรงงานฟอร์ดและสัปดาห์ 40 ชั่วโมง ชวนสำรวจที่มาของเสาร์–อาทิตย์ผ่านหนังสือ 20 เล่ม พร้อมคำถามว่าใครได้พัก และใครยังทำงานในวันหยุดของเรา

หมายเหตุ: การรวบรวมหนังสือปกเดียวกันทำโดย AI อัตโนมัติ อาจมีข้อผิดพลาดได้

ตั้งค่าคุกกี้

ดูรายละเอียดของแต่ละประเภทได้ที่ นโยบายคุกกี้