
หนังสือปกเดียวกันอารยะอีโก้ : บริหารอีโก้ให้เกิดพลังบวก
ชอบไหม
รายละเอียดหนังสือ
หนังสือเล่มนี้ชวนผู้อ่านมาทำความรู้จัก "อีโก้" ในมุมใหม่ เพราะอีโก้ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีเสมอไป ทุกคนล้วนมีอีโก้อยู่ในตัว แต่คำถามสำคัญคือเราจะบริหารมันอย่างไรให้กลายเป็นพลังบวกแทนที่จะเป็นพลังลบ ผู้เขียนวางกรอบไว้ว่า หากเราบริหารตนเองไม่ได้ ก็ยากที่จะบริหารคนอื่น และการจะขับเคลื่อนชีวิตไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนได้นั้น จำเป็นต้องเอาชนะด้านมืดของตนเองด้วยการรู้ทันอีโก้และจัดการอย่างเหมาะสม
เนื้อหาค่อย ๆ พาไปทำความรู้จักอีโก้และตัวตนของเรา ตั้งแต่พลังบวกและพลังลบของอีโก้ การสำรวจว่าอีโก้ของเราใหญ่แค่ไหน ไปจนถึงแนวทางบริหารจัดการอีโก้แบบอารยะ จากนั้นจึงเจาะลึกการจัดการอีโก้ด้านต่าง ๆ ที่มักสร้างปัญหาให้ชีวิต ทั้งความหยิ่ง การหลงตัวเอง ความอิจฉาริษยา ความเห็นแก่ตัว ความโอ้อวด และการลงโทษตัวเอง โดยเฉพาะความอิจฉา ซึ่งหนังสือมองว่าอีกด้านหนึ่งก็เป็นพลังและศักยภาพได้ หากเรารู้จักแปลงมันให้เป็นทุนของชีวิต ชีวิตก็มีโอกาสดีขึ้นกว่าเดิม และไม่ปล่อยให้ความอิจฉาทำลายทั้งตัวเราและคนอื่น
หนังสือยังขยับไปสู่เรื่องราวในชีวิตจริง ทั้งการรับมือกับหัวหน้า ลูกน้อง ลูกค้า และเพื่อนที่มีอีโก้สูงอย่างเป็นสุข รวมถึงการเปลี่ยนคนที่ชอบอวดเก่งให้กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนภาพคนทำงานที่บางครั้งปัญหาอาจไม่ได้มาจากความสามารถ แต่มาจากอีโก้ที่สูงจนรับฟังคำติชมไม่ได้และคิดว่าตัวเองถูกเสมอ ทั้งหมดนี้มุ่งไปที่การพัฒนาวุฒิภาวะให้สูงขึ้น เพื่อให้พร้อมก้าวสู่ความรับผิดชอบที่มากขึ้นโดยไม่เสียตัวตนและความสัมพันธ์รอบข้าง
ถ้าคุณกำลังสงสัยว่าอีโก้ในตัวเองหรือของคนรอบตัวกำลังส่งผลต่อชีวิตอย่างไร และอยากลองมองมันใหม่ในฐานะพลังงานที่บริหารได้ เล่มนี้อาจเป็นเพื่อนร่วมทางที่ชวนคุณทบทวนและค่อย ๆ ปรับวิธีคิดไปพร้อมกัน
บทความที่เกี่ยวข้อง

โลกดิสโทเปียในนิยาย ทำไมเรื่องแต่งบางเรื่องถึงดูคล้ายโลกปัจจุบัน
สำรวจอำนาจ ข้อมูล ความสุข และสิทธิในการเลือกชีวิต ผ่านโลกดิสโทเปียที่ดูคุ้นตา พร้อมเส้นทางอ่านนิยายและหนังสือที่เกี่ยวข้อง 20 เรื่อง โดยไม่เฉลยจุดหักมุมสำคัญ

อาชีพที่หายไปจากโลกจริงหรือ? ย้อนดูงานแปลกที่คนในอดีตเคยทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ
คนปลุกให้ตื่น คนตัดน้ำแข็ง และคนตั้งพินโบว์ลิ่งเคยเป็นงานจริง ชวนย้อนดูอาชีพที่เทคโนโลยีและชีวิตเมืองทำให้เปลี่ยนไป ผ่านหนังสือ “กุลีลากรถ กับประวัติศาสตร์แรงงานไทย” พร้อมเกร็ดที่ทำให้เรื่องงานเก่าสนุกและใกล้ตัวกว่าที่คิด

หนังสือที่ไม่มีใครอ่านออก: ปริศนาต้นฉบับวอยนิช
ตามรอยต้นฉบับลึกลับผ่าน “รหัสลับดาวินชี” จากภาพพืชและอักษรแปลกตา สู่หลักฐานเรื่องอายุแผ่นหนังและลายมือ พร้อมคำถามว่าการเห็นเบาะแสต่างจากการถอดรหัสสำเร็จอย่างไร

ใครเป็นคนคิดค้นวันหยุดสุดสัปดาห์? ทำไมเราถึงทำงานห้าวันและหยุดสองวัน
จากวันพักทางศาสนา การต่อรองของแรงงาน ถึงโรงงานฟอร์ดและสัปดาห์ 40 ชั่วโมง ชวนสำรวจที่มาของเสาร์–อาทิตย์ผ่านหนังสือ 20 เล่ม พร้อมคำถามว่าใครได้พัก และใครยังทำงานในวันหยุดของเรา
หมายเหตุ: การรวบรวมหนังสือปกเดียวกันทำโดย AI อัตโนมัติ อาจมีข้อผิดพลาดได้

