รูปที่ 1 จาก 15
งานพระราชทานเพลิงศพ นายวิญญู อังคณารักษ์ + คุณหญิงสุภางค์ อังคณารักษ์
ลดพิเศษ 20%-50%ภายใน 1 วัน 11 ชม. 38 นาที
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
หนังสืออนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายวิญญู อังคณารักษ์ และคุณหญิงสุภางค์ อังคณารักษ์ เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อบันทึกประวัติชีวิตและคุณงามความดีของผู้วายชนม์ทั้งสองท่าน โดยจัดพิมพ์เป็นสองเล่มแยกกัน เล่มหนึ่งเป็นอนุสรณ์ของนายวิญญู และอีกเล่มเป็นอนุสรณ์ของคุณหญิงสุภางค์ พิธีพระราชทานเพลิงศพจัดขึ้น ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2563
นายวิญญู อังคณารักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2468 ที่จังหวัดชลบุรี เป็นบุตรของนายถวิลและนางล้วนลักษณ์ อังคณารักษ์ ท่านสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยลอนดอน เริ่มรับราชการที่กระทรวงมหาดไทย และก้าวสู่ตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี อธิบดีกรมการปกครอง และปลัดกระทรวงมหาดไทย นอกจากงานราชการแล้ว ท่านยังเป็นศาสตราจารย์วิชารัฐประศาสนศาสตร์เปรียบเทียบที่มหาวิทยาลัยโกลเด้นเกท สหรัฐอเมริกา และเป็นอาจารย์บรรยายพิเศษ มีผลงานบทความ เอกสาร และหนังสือจำนวนมาก ท่านถึงแก่อนิจกรรมด้วยภาวะพร่องออกซิเจนรุนแรงเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2563 สิริอายุ 94 ปี
คุณหญิงสุภางค์ อังคณารักษ์ (สกุลเดิมชัยนาม) เกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2472 เป็นธิดาของพระยาอุภัยพิพากษา (เกลื่อน ชัยนาม) กับนางพวง ท่านสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ และศึกษาหลักสูตรมนุษยสัมพันธ์และการจัดการที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เคยดำรงตำแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประสานงานด้านจักสานไม้ไผ่ในมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ท่านยังมีผลงานหนังสือหลายเล่ม ถึงแก่อนิจกรรมด้วยภาวะหัวใจขาดเลือดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2563 สิริอายุ 90 ปี
ทั้งสองท่านสมรสกันและมีบุตรธิดาด้วยกัน 2 คน เนื้อหาภายในเล่มจึงนอกจากจะเป็นบันทึกประวัติส่วนตัวแล้ว ยังสะท้อนเส้นทางชีวิตของคนสองคนที่คลุกคลีอยู่กับงานราชการ งานสังคมสงเคราะห์ และงานด้านศิลปาชีพไทย หากคุณสนใจเรื่องราวชีวิตของบุคคลที่อุทิศตนให้กับงานส่วนรวม หนังสืออนุสรณ์เล่มนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งบันทึกที่ชวนให้ลองเปิดอ่านดูครับ



















