รูปที่ 1 จาก 9
ชาติอยู่เหนือสิ่งใด บันทึกความจำของ พลอากาศเอก ทวี จุลละทรัพย์
ลดพิเศษ 20%-50%ภายใน 1 วัน 8 ชม. 35 นาที
การจัดส่ง: ค่าจัดส่งคำนวณตามน้ำหนักรวม วิธีจัดส่ง และพื้นที่ปลายทาง โดยแสดงยอดก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ จัดส่งฟรีเมื่อยอดสินค้าหลังหักส่วนลดเข้าเงื่อนไขของวิธีจัดส่งที่เลือก ดูรายละเอียดการจัดส่ง
การคืนสินค้า: รับคืนและคืนเงิน 100% ของราคาที่ชำระจริงสำหรับหนังสือที่อ่านไม่ได้หรือเนื้อหาไม่ครบ กรุณาแจ้งปัญหาภายใน 7 วันหลังได้รับสินค้า การคืนด้วยเหตุอื่นและค่าจัดส่งคืนพิจารณาเป็นรายกรณี ดูนโยบายคืนสินค้า
รายละเอียดหนังสือ
ชาติอยู่เหนือสิ่งใด รวมบันทึกความทรงจำของ พลอากาศเอก ทวี จุลละทรัพย์ ไว้ในเล่มเดียว เนื้อหาพาเราย้อนไปตามเส้นทางชีวิตของนักบินขับไล่คนหนึ่ง ตั้งแต่การรบทางอากาศในกรณีพิพาทอินโดจีนกับฝรั่งเศส ผ่านบทบาทนายทหารติดต่อและสมาชิกเสรีไทยสายทหาร ไปจนถึงงานการเมืองในภายหลัง
ในเดือนตุลาคม 2484 ท่านเล่าถึงการถูกเรียกไปพบ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่วังสวนกุหลาบ และได้รับมอบหมายให้เดินทางไปเป็นนายทหารติดต่อกับกองบัญชาการทหารอังกฤษที่สิงคโปร์ เพื่อพบจอมพลอากาศ เซอร์ โรเบิร์ต บรูก-โพแฮม และประเมินว่าอังกฤษจะช่วยไทยได้เพียงใดหากญี่ปุ่นยกพลบุกรุก
เช้ามืดวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ท่านนำเครื่องบินขับไล่ Hawk-75 ขึ้นบินเพื่อสกัดเครื่องบินตรวจการณ์ของญี่ปุ่นที่ดอนเมือง แต่กลับได้รับคำสั่งทางวิทยุห้ามยิง เพราะรัฐบาลไทยตกลงกับญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว เช้าวันนั้นจึงเป็นภาพของความขัดแย้งระหว่างหน้าที่ของนักบินกับคำสั่งของรัฐ
บทบาทเสรีไทยสายทหารชัดขึ้นเมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรขอผ่านนายปรีดี พนมยงค์ ให้ท่านเป็นตัวแทนทหารอากาศไปประจำหน่วย โอ.เอส.เอส. ที่เมืองแคนดี ลังกา ในเดือนเมษายน 2488 โดยใช้ชื่อรหัสว่า ดิ๊กกี้ สโตน งานที่ทำมีทั้งการพิจารณาภาพถ่ายทางอากาศเพื่อหาที่ตั้งทหารญี่ปุ่น การรับการอบรมด้านการข่าว การก่อวินาศกรรม และการรบแบบกองโจร จากนั้นยังประจำกับกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่กัลกัตตา และลำเลียงอาวุธกับเวชภัณฑ์เข้าประเทศไทยให้ขบวนการรู้ธ หลังสงครามท่านได้รับเหรียญเมดัล ออฟ ฟรีดอม ประดับใบปาล์มบรอนซ์
ปลายทางของชีวิตราชการยังยาวต่อไป ทั้งการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวง ทั้งเกษตร คมนาคม และสาธารณสุข การเป็นรองนายกรัฐมนตรีถึงสองครั้ง และการเป็นประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย
ฉบับอนุสรณ์ปี 2539 ยังพิมพ์รวมเรื่อง ข้าพเจ้ากับกันยายนทมิฬในประเทศไทย ซึ่งเป็นบันทึกของท่านเกี่ยวกับเหตุการณ์หลังการยึดสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2515 ทั้งการเจรจาให้สมาชิกขบวนการกู้ชาติปาเลสไตน์ยุติการปฏิบัติ และการนำชาวอาหรับสี่คนออกจากไทยไปส่งยังไคโร
สำหรับคนที่อยากเข้าใจว่าคนหนึ่งจะแบกคำว่าชาติไว้บนบ่าได้หนักแค่ไหน ผ่านทั้งห้องนักบินและโต๊ะเจรจา บันทึกเล่มนี้ชวนให้ค่อย ๆ อ่านไปพร้อมกับคำถามของตัวเอง ว่าถ้าต้องเลือกระหว่างคำสั่งกับความเชื่อ เราจะตัดสินใจแบบเดียวกับท่านหรือไม่



















